๑๒๙
ด้
านลั
กษณะเด่
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
ในบทกวี
นิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
”
บทกวี
นิ
พนธ์
ของ “อุ
ชเชนี
” ซึ่
งเป็
นวรรณกรรมสร้
างสรรค์
อั
นล้
าค่
าต่
อวงวรรณกรรมไทยเป็
น
จานวนมากกว่
าร้
อยบทนั้
น ส่
วนใหญ่
เป็
นกลอนคื
อ ๑๒๘ บท เกื
อบทั้
งหมดเป็
นกลอนแปดหรื
อกลอน
สุ
ภาพ มี
คาประพั
นธ์
กลอนหก และกลอนสี่
บ้
างเป็
นส่
วนน้
อย นอกจากนี้
เป็
นคาประพั
นธ์
ประเภทอื่
น ๆ
และ
กลอนเปล่
า (Blank Verse) ซึ่
งเป็
นรู
ปแบบของกวี
นิ
พนธ์
ของตะวั
นตกจานวน ๑๔ บท
การศึ
กษาวิ
จั
ยด้
านท่
วงทานองวรรณศิ
ลป์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ ในงานวิ
จั
ยฉบั
บนี้
กาหนดเกณฑ์
วิ
เคราะห์
กลวิ
ธี
ในด้
านต่
าง ๆ คื
อ ฉั
นทลั
กษณ์
กลวิ
ธี
นาเสนอเรื่
อง และกลวิ
ธี
ทางภาษา
ปรากฏผลการศึ
กษาที่
จะนาเสนอพร้
อมอภิ
ปรายผล ดั
งนี
้
๑
.
ฉั
นทลั
กษณ์
บทกวี
ของ “อุ
ชเชนี
” จานวนกว่
าร้
อยบทดั
งกล่
าวแล้
วนั้
น เกื
อบทั้
งหมดอยู่
ในรู
ปแบบของ
ฉั
นทลั
กษณ์
อย่
างเคร่
งครั
ด ดั
งผลการวิ
จั
ยที่
สอดคล้
องกั
นของ นั
ยนา สุ
ทธิ
ธรรม (๒๕๑๗) และ
วั
ชรี
ตรี
รั
ตนภรณ์
(๒๕๓๔)
อย่
างไรก็
ตาม ภายใต้
กรอบของแบบแผนคาประพั
นธ์
โบราณ “อุ
ชเชนี
” ได้
เสนอลั
กษณะ
สร้
างสรรค์
อั
นนั
บเป็
นความโดดเด่
นทางวรรณศิ
ลป์
ของกวี
นิ
พนธ์
ชุ
ดนี้
ดั
งต่
อไปนี้
๑.๑ การประยุ
กต์
ใช้
“กลบท”
‚อุ
ชเชนี
‛ ได้
นารู
ปแบบของ “กลบท” มาประยุ
กต์
ใช้
ในงานนิ
พนธ์
ได้
แก่
กลบทบั
วบาน
กลี
บขยาย
กลบทธงน่
าริ้
ว
และ
กลบทสิ
งโตเล่
นหาง
และแม้
จะมิ
ใช่
ผู้
ริ
เริ่
ม งานประพั
นธ์
“กลบท”
เหล่
านี้
แต่
ก็
เป็
นประดิ
ษฐการที
่
‚อุ
ชเชนี
‛ เสนอในลั
กษณะการประยุ
กต์
ใช้
ซึ่
งเป็
นจุ
ดเด่
นที่
ทาให้
กวี
นิ
พนธ์
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ เปี่
ยมด้
วยความพริ้
งพรายไพเราะ ทั้
งได้
ความจั
บใจ ตรึ
งอารมณ์
การใช้
กลบทต่
าง ๆ เหล่
านี้
ส่
วนหนึ่
งเป็
นการใช้
ตาม รู
ปแบบเดิ
มทั้
งเรื่
อง แต่
บางครั้
ง
ก็
นาใช้
ในบางบทบางตอ น
บางครั้
งปรั
บแต่
งให้
แตกต่
างจากกลวิ
ธี
เดิ
มเล็
กน้
อย
บางครั้
งมี
การแทรก
“กลบท” ในบางช่
วงบางตอน
รวมทั้
งการนากลบทหลายชนิ
ดมาผสมผสาน และปรั
บเปลี่
ยน เช่
น
กลบทสิ
งโตเล่
น
หาง
กั
บ
กลบทก้
านต่
อดอก
ที่
กาหนดให้
คาคู่
ท้
ายของวรรคเป็
นคาสั
มผั
สสระ โดย “อุ
ชเชนี
‛ใช้
ทั้
ง
สั
มผั
สสระและสั
มผั
สอั
กษร
ท่
วงทานองการนากลบทมาใช้
ทั้
งด้
วยการใช้
รู
ปแบบก ลบทดั้
งเดิ
มและการปรั
บใช้
ใน
ลั
กษณะเฉพาะตนดั
งกล่
าวทั้
งหมดนี้
เป็
นส่
วนอั
นสาคั
ญยิ่
งที่
ทาให้
ร้
อยกรองของ ‛อุ
ชเชนี
‛ พริ้
งพราวทั้
ง