องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๕๒
ภารกิ
จของครู
พั
นเริ่
มตั
้
งแตเชาไปถีบสามล
อตามปกติ
พอตกเย็
นจะสอนมวย
ค่ํ
าก็
จะถ
ายทอดความรู
ทางดนตรี
พื้
นบ
าน มี
บางครั
้
งคนมาเรี
ยนกั
นมากจนล
นบ
าน
และบางครั
้งก็
มีคนเดียว แต
ครู
พั
นก็
ไม
เคยละเวนหรือเกี่
ยงการสอนในเรื่
องของจํ
านวน
คนมาเรี
ยน ครู
พั
นบอกว
า คนเดียวครู
ก็
สอน เพราะผู
ที่
มาเรี
ยนคือผู
ที่
ตองการความรู
ครู
จะละเลยความเป
นครู
ของครู
ไดอยางไร …ครู
พั
นไดปฏิบั
ติภารกิจนี้มานานหลายสิบ
ป
โดยไม
รู
จั
กเหน็
ดเหนื่
อย หรือท
อถอย ทั
้งที่
ผลตอบแทนที่
ได
รั
บไมใช
ตั
วเงิ
น แตกลั
บ
เป
นความภาคภู
มิใจเทานั
้น ...ครู
พั
นดํ
าเนินวิถีชีวิตมานานรวม ๗๖ ป
แลว ใชชีวิตแบบ
เรียบง
าย พอเพียง ไม
เคยคิ
ดที่
จะแสวงหาความร่ํ
ารวยอะไรอีก
ครู
พั
นจึ
งเป
นบุ
คคลที่
น
ายกย
องในเรื่
องน้ํ
าใจที่
เอื้
อเฟ
อเผื่
อแผ
ให
เพื่
อนมนุ
ษย
ดวยกั
น การกระทํ
าที่
ไมหวั
งผลตอบแทน ทั
้งๆ ที่
ตั
วเองไมใชมหาเศรษฐีร่ํ
ารวยเงินทอง
แต
ครู
พั
นเป
นยิ่
งกว
ามหาเศรษฐีในเรื่
องน้ํ
าใจอั
นดีงาม …ความสุ
ขของคนเราใชวาจะอยู
ที่
เรื่
องเงิ
นทองอย
างเดี
ยวเสี
ยเมื่
อไหร
แต
การเป
นผู
ให
ต
างหากที่
ทํ
าให
จิ
ตใจได
รั
บ
ความสุ
ขอย
างแท
จริง”
(จงรั
กษ
นรแสน)
“อาตมาสนิ
ทสนมกั
บโยมพั
นเป
นอย
างดี
เมื่
อก
อนเคยให
ละอ
อนไปเรี
ยนตี
กลองที่
บ
านโยมพั
น เขามีความสามารถทั
้
งในเรื่
องการตีกลองไชยมงคล ฟอนดาบ เจิง
(เชิง) ที่
มีลั
กษณะทาทางสวยงามมาก เวลาสอนก็
จะสอนโดยไม
เรียกร
องคาใชจายใด
ๆ เลย มีแค
กรวยใส
ดอกไมธู
ปเที
ยน หากเมื่
อใดที่
วั
ดสั
นป
าข
อยมีงานปอยหลวงหรือแห
ครั
วทานโยมพั
น จะมาช
วยงานตลอด”
(พระครู
สุ
วั
ฒนวรคุ
ณ)
“การแสดงออกในทางศิ
ลปะ จะมี
บุ
คลิ
กภาพที่
งามโดดเด
นเฉพาะตั
ว และมี
การผสมผสานองค
ความรู
ระหวางความเชื่
อทางศาสนา ศิลปะการฟ
อนรํ
าและศิ
ลปะ
การต
อสู
ป
องกั
นตั
ว
ทุ
กขั
้นตอนการแสดงจะมีคํ
าอธิ
บายประกอบเสมอ”
(รั
กเกี
ยรติ
ป
ญญายศ)
“นอกจากเป
นผู
มี
ภู
มิ
รู
ในศาสตร
ด
านศิ
ลปะที่
เกี่
ยวข
องกั
บการศาสนาอย
าง
ลึ
กซึ้
ง โดยเฉพาะเรื่
องกลองพื้
นบ
านล
านนา เช
น กลองชั
ยยะมงคล กลองปู
เจ
ฉาบ