Page 65 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๕๑
เก
าเด็
ดขาด ทํ
าให
อาตมาได
ศึ
กษาเรี
ยนรู
ว
ากลองสะบั
ดชั
ยที่
แท
จริ
งเป
นอย
างไร
รู
ปลั
กษณ
และลี
ลาการตี
เป
นแบบใด และมาเที
ยบกั
บกลองสะบั
ดชั
ยแบบใหม
ว
แตกตางกั
นอย
างไร
วิ
ธี
การสอนของพ
อครู
พั
น นอกจากทฤษฎี
และศิ
ลปะการแสดงแล
ว ยั
พยายามปลู
กฝ
งคุ
ณธรรมตามคติ
ทางพุ
ทธศาสนา และจิตวิญญาณของความเป
นคน
ล
านนา ทํ
าให
ผู
เรี
ยนได
ซึ
มซั
บและเรี
ยนรู
รากเหง
าของตนเอง ท
านยั
งพยายามรั
กษา
เอกลั
กษณ
ดั
งเดิ
มไว
ศิ
ลปะที่
ท
านสอนจะมี
ความโดดเด
นในการบ
งบอกถึ
งความเป
ลานนา”
(พระนคร ปรั
งฤทธิ์
)
“รู
จั
กครู
มานพ ยาระณะ ประมาณ ๔๐ ป
มาแลว เขามั
กจะนํ
ากลองไชยและ
กลองปู
เจ
มาซ
อมที่
นี่
บ
อยครั
้ง ฝ
มือในการตีกลองมีความโดดเดนมาก เมื่
อเวลาสอน
เขาจะมี
คาถาธรรมกํ
ากั
บ เช
น พุ
ธโธอรหั
ง ธรรมโมอรหั
ง สั
งโฆอรหั
ง นั
บว
าเป
วิธี
การอยางหนึ่
งเพื่
อชวยในการจดจํ
า”
(นายดํ
ารง ชั
ยเพชร)
“ตาพั
นมั
กจะมาให
ผมช
วยซ
อมกลอง ทั
งกลองปู
เจและกลองไชยบอยครั
้งมาก
นอกจากนี้
ผมเคยร
วมคณะเดี
ยวกั
บตาพั
นมาหลายครั
ง เป
นคนพู
ดสุ
ภาพไม
ถื
อตั
เวลาก
อนการแสดง ตาพั
นจะมีการฟายครู
หรือไหวครู
ก
อนทุ
กครั
้งดวยดอกไมธู
ปเทียน
น้ํ
าขมิ้
นส
มป
อย สํ
าหรั
บเม็
ดและรสมื
อการตี
กลองของตาพั
น พร
อมทั
งลี
ลาฟ
อนสาว
ไหมและตบมะผาบนั
บว
าสุ
ดยอด”
(นายเนตร พั
นธ
ชั
ยศรี
)
“สํ
าหรั
บครู
พั
น หรือ มานพ ยาระณะแลว สถานภาพของความเป
นครู
ไมไดมา
จากการร่ํ
าเรี
ยนจนจบหลั
กสู
ตรวิ
ชาชี
พครู
แต
ประการใด เพราะแกเรี
ยนจบแค
ประถมศึ
กษาป
ที่
๔ เท
านั
้น แต
ทํ
าไมครู
พั
นจึ
งไดรั
บสมญานามวาเป
นครู
ความรู
ใช
ว
าจะเกิ
ดขึ้
นเฉพาะในตํ
ารา หรือในห
องเรี
ยนเท
านั
น หากแต
ความ
เขาใจหลั
กของธรรมชาติก็
สามารถทํ
าใหเขาใจอะไรได
หลายๆ อยาง ครู
พั
นไดบอกเลา
ถึ
งหลั
กแห
งการเรียนรู
ว
า ความรู
ทุ
กวิชามีพื้นฐานของการเรียนรู
เหมือนกั
น หากศึกษา
วิชาใดวิ
ชาหนึ่
งอย
างถ
องแท
ยอมเข
าใจวิ
ชาแขนงอื่
นได
รวดเร็
วยิ่
งขึ้
น ความรู
ทุ
กอย
าง
เสมือนมาจากรากเดียวกั
น เพี
ยงแต
แตกกิ่
งไปคนละสาขา