องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๕๐
- กลองบู
ชา
- กลองปู
เจ
- กลองมองเซิ
ง
- การสรางกลองแบบไมประกอบและแบบสานดวยไมไผ
(๓) ผลงานสรางสรรค
- ฟ
อนผาง(ผางประที
ป)
- ฟ
อนเจิ
ง
- ฟ
อนฉาบ
ผลงานเหล
านี้
ผู
วิจั
ยนํ
าเสนอไวในบทที่
๔ – บทที่
๖
๓. อั
ตลั
กษณ
ด
านศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนา
อั
ตลั
กษณที่
โดดเด
นของนายมานพ ยาระณะ ผู
วิจั
ยนํ
าขอมู
ลที่
ไดจากบทความ คํ
าบอก
เลา การสั
มภาษณ
การสนทนากลุ
ม จากผู
ที่
ไดทํ
างานรวมกั
บนายมานพ และบรรดาลู
กศิษย
นํ
ามาเสนอไวเพื่
อแสดงให
เห็
นอั
ตลั
กษณของนายมานพ ยาระณะ ดั
งนี้
“การตี
กลองไชยมงคลของพ
อพั
น โดยใช
คาถาธรรมมากํ
ากั
บหรื
อเป
นคํ
า
บริ
กรรมเป
นกุ
ศโลบายเพื่
อสร
างจิ
ตให
เป
นกุ
ศล คํ
าว
ากุ
ศลแปลว
าฉลาดคื
อฉลาด
นํ
าไปสู
ความดี
คํ
าว
ากุ
ศโลบายหมายถึงหนทางที่
ดี สวนเสียงกลองที่
สะทอนกึกกอง
ออกมาเป
นความยิ่
งใหญแหงพลั
งศรั
ทธา ที่
นอมคารวะบู
ชาไปถึงพระพุ
ทธคุ
ณ พระ
ธรรมคุ
ณ และ พระสั
งฆคุ
ณ ในเรื่
องที่
มาของ กลองไชยมงคล มีคํ
ากลาวอางไวใน
วินั
ยดอกเดื่
อ ซึ่
งเป
นอรรถกถาธรรมที่
เข
าใจว
าเกิดขึ้
นราวสมั
ยพญากือนา เรื่
องราว
โดยย
อกล
าวไวว
า พระธรรมวินั
ยของพระพุ
ทธเจาที่
ทรงแสดงไวนั
้น เป
นสิ่
งที่
สมบู
รณ
ดี
งามอยู
แล
วเปรี
ยบได
กั
บกลองไชยมงคลที่
มี
เสี
ยงดั
งดี
อยู
แล
ว เมื่
อมี
คนเอาวั
ตถุ
สิ่
งของหรือแกวแสงมีคาทั
้งหลายมาตกแตง จะทํ
าใหคุ
ณภาพเสียงกลองเปลี่
ยนแปลง
ผิดเพี้ยนไป เหมือนกั
บพระธรรมวิ
นั
ยที่
ดี
งามอยู
แลว ไมควรที่
จะอุ
ตรินํ
ามาปรั
บปรุ
ง
เปลี่
ยนแปลงใหผิ
ดแผกไปจากเดิม”
(พระไชยวิทย
ธั
มมรโต)
“สิ่
งที่
ได
ศึ
กษาจากพ
อครู
พั
น คื
อ ท
านจะสอนโดยรั
กษาขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณีโบราณอยางเครงครั
ด โดยจะไมเอาลีลาการตีกลองแบบใหมมาผสมกั
บของ