Page 57 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๔๓
เนื่
องจากมี
ความเป
นมวยมากกว
าและได
รั
บฝ
กซ
อมมาอย
างดี
จึ
งเอาชนะคู
ปรั
บทั
ง ๔ คนได
และเมื่
อเวลาผ
านไปก็
กลายมาเป
นเพื่
อนรั
กกั
นในที่
สุ
หลั
งจากไดมีโอกาสร่ํ
าเรียนวิชามวยไทยจากครู
เณรแลว นายมานพ ยาระณะ ไดแอบ
ขึ้
นชกมวยไทยตามงานวั
ดตาง ๆ โดยใช
ชื่
อจริง ไดค
าตั
วครั
้งแรก ๑๕ บาท ต
อมาไดยึ
ดการ
ชกมวยเป
นอาชี
พ โดยใช
ชื่
อว
าพั
นศั
กดิ์
ลู
กจาวเหนือ และบางที
ก็
ใชชื่
อว
าพั
นศั
กดิ์
คล
องประชั
แต
นิยมใชชื่
อพั
นศั
กดิ์
ลู
กจาวเหนือมากกว
า ขึ้
นชกมวยอาชีพครั
้งแรกในจั
งหวั
ดเชียงใหม
ที่
สนามมวยเดชานุ
เคราะห
และต
อมาก็
ไปชกมวยที่
กรุ
งเทพมหานคร สนามมวยเวที
ราชดํ
าเนิน
ชกมวยทั
้งหมด ๑๐๐ กว
าครั
้ง แพ
เพี
ยง ๒ ครั
้ง หลั
งจากเลิกชกมวยแลวก็
มีลู
กศิ
ษย
มาร่ํ
าเรี
ยน
วิชาชกมวยหลายคน อาทิเชน นกนอย ลู
กเชี
ยงดาว ขุ
นทั
พ ฮ มหาชั
ย หาญชั
ย คล
องประชั
หาญศึ
ก คล
องประชั
น หาญศั
กดิ์
คล
องประชั
น เดชทมิฬ คล
องประชั
น เด
นศึ
ก คล
องประชั
พั
นมงคล ลู
กจาวเหนือ และศรนารายณนอย ลู
กจาวเหนือ และในระหว
างสอนการชกมวย
อยู
นั
้น ก็
ออกสามลอถี
บรั
บจ
างแถวตลาดสั
นป
าข
อยไปดวย
การที่
นายมานพ ยาระณะ ใช
ชื่
อในการชกมวยวา พั
นศั
กดิ์
ในเวลาต
อมาจึ
งมีผู
เรียกว
พ
อครู
พั
นบ
าง ตาพั
นบาง
๑.๓ การสื
บทอดศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านล
านนา
ด
วยการที่
นายมานพหรื
อพ
อครู
พั
น ได
รั
บการเลี้
ยงดู
อยู
ท
ามกลางศิ
ลปวั
ฒนธรรม
อั
นสวยงามของเมืองเหนือ ซึ่
งเป
นเอกลั
กษณที่
สั่
งสมมาจากภู
มิป
ญญาของบรรพบุ
รุ
ษ สืบทอด
กั
นมาจากรุ
นสู
รุ
น หลายชั่
วชี
วิ
ตคน ในวั
ยเด็
กเมื่
อมี
งานปอยหลวงตามวั
ดต
าง ๆ ไม
ว
าจะเป
ในหมู
บานหรือตางอํ
าเภอ พอครู
มั
กจะไปเที่
ยวกั
บครอบครั
วโดยตลอด ไดยินเสียงฆอง กลอง
ตามวั
ดต
าง ๆ มาตั
้งแต
เล็
ก ประกอบกั
บมารดาก็
เป
นชางฟอนประจํ
าวั
ดในหมู
บาน พอครู
จึงมี
ความรู
สึกชื่
นชอบอย
างสุ
ดซึ้
งและมีใจรั
กในศิ
ลปะการแสดงพื้นบานลานนาเป
นอยางมาก และ
เมื่
อครอบครั
วยาระณะได
พานายมานพ ยาระณะ ไปฝากไว
ที่
วั
ดแม
จ
องซึ่
งเป
นวั
ดประจํ
หมู
บ
าน เจ
าอาวาสคือครู
บามหาวรรณอริยะสงฆผู
ปฏิบั
ติดีปฏิบั
ติชอบ และเมื่
อคราวใดที่
ทาง
วั
ดจะมีการจั
ดงานสมโภชหรือประเพณี
สํ
าคั
ญประจํ
าป
เด็
ก ๆ ในหมู
บ
านทั
้งชายหญิง จะตอง
มาฝ
กซ
อม เด็
กชายตองตีกลอง เลนดนตรี ถาเป
นเด็
กหญิงจะเป
นชางฟอน เพื่
อฟอนในวั
นงาน
ที่
จะมาถึ
ง สํ
าหรั
บผู
ที่
ถายทอดใหก็
คือ พระเณรหรือนอยหนาน (พระภิกษุ
สงฆที่
ลาสิกขาบท
แล
ว) มาถ
ายทอดศิ
ลปะวิ
ทยาการ ซึ่
งถ
ายทอดสื
บกั
นมาจากรุ
นสู
รุ
นโดยสอนให
เพื่
อเป
วิทยาทานอย
างแทจริงโดยไม
หวั
งสิ่
งตอบแทน