Page 56 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๔๒
ประชาบาล สอนประจํ
าอยู
ที่
อํ
าเภอดอยสะเก็
ด จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม
นอกจากจะมี
ความสามารถในด
านการสอนหนั
งสื
อแล
ว ท
านยั
งมี
ความสามารถพิ
เศษในการเป
าแตรวง
และเล
นซึ
ง สะล
อ มี
วงดนตรี
เป
นของตนเอง และมั
กจะพากั
นไปเล
นตามงานต
าง ๆ เช
งานปอยหลวงและงานทํ
าบุ
ญทั่
วไป ซึ่
งบางครั
้งนายมานพก็
จะตามไปเที่
ยวดวย ตั
้งแตสมั
ยยั
เป
นเด็
กอายุ
ประมาณ ๔ – ๖ ขวบ ส
วนมารดาของนายมานพ มีเชื้อสายไทยลื้อ อั
นเป
นกลุ
ม
ชนชาติพั
นธุ
ที่
มีจํ
านวนประชากรกระจายอยู
ทั่
วไปในพื้
นที่
ดอยสะเก็
ด เป
นชางฟอนประจํ
าวั
ดใน
หมู
บ
าน ในสมั
ยนั
นการแสดงศิ
ลปะพื้
นเมื
องมี
ให
เห็
นกั
นเป
นประจํ
า ทั
งกลองพื้
นบ
าน และ
ฟ
อนพื้
นเมือง จะมี
ทุ
กวั
ด เมื่
อมีงานบุ
ญ งานประเพณีต
างๆซึ่
งมีอยู
ตลอดทั
งป
๑.๒ การศึ
กษา
ในวั
ยเด็
ก นายมานพ ยาระณะ ได
รั
บการศึ
กษาจากวั
ดแม
จ
อง วั
ดแม
ก
ะ ซึ่
งเป
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนในสมั
ยก
อนที่
บิ
ดา มารดามั
กจะพาลู
กผู
ชายไปฝากไว
กั
บวั
ดให
พระอบรมสั่
งสอน
โดยได
ศึ
กษาเล
าเรี
ยนธรรมะและหนั
งสือควบคู
กั
นไป จากนั
นไม
นานอายุ
ประมาณ ๑๐ ป
ก็
กลั
บมาบ
านสั
นป
าข
อย อํ
าเภอเมือง จั
งหวั
ดเชี
ยงใหม
(ซึ่
งเป
นบ
านเดิ
มของบิ
ดา) เพื่
อเข
ามา
เรี
ยน ชั
นประถมศึ
กษาที่
โรงเรี
ยนวั
ดเกตุ
การาม จบชั
นประถมศึ
กษาป
ที่
๒ ก็
ย
ายไปเข
เรี
ยนที่
โรงเรียนวั
ดศรีดอนไชย จนจบชั
้นประถมศึกษาป
ที่
๔ ขณะนั
้นอายุ
ประมาณ ๑๕–๑๖ ป
สาเหตุ
ที่
จบการศึ
กษาช
ากว
าคนอื่
น เพราะว
าสอบตก ๒ ครั
ง เพราะชอบชกมวยจึ
งหนี
ไป
ชกมวย ตอนแรกที่
บิ
ดาพาไปอาศั
ยที่
บ
านสั
นป
าข
อย ชี
วิ
ตส
วนหนึ่
งมั
กจะวนเวี
ยนอยู
ใน
วั
ดสั
นป
าข
อย เพราะรู
จั
กและผู
กพั
นกั
บวั
ดนี้
มาตั
งแต
สมั
ยปู
ซึ่
งอดี
ตเคยเป
นเจ
าอาวาส
วั
ดสั
นป
าข
อย เมื่
อเข
ามาอยู
ในวั
ดก็
ได
รั
บการต
อนรั
บอย
างอบอุ
น และได
ทุ
มเทตั
วเอง
ช
วยเหลื
องานของวั
ด เช
น กวาดลานวั
ด ทํ
าความสะอาดห
องน้ํ
า รั
บใช
อุ
ป
ฏฐากพระในวั
ทุ
กวั
นอยางไมเคยปฏิเสธ จนกระทั่
งวั
นหนึ่
งเจ
าอาวาสวั
ดสั
นป
าขอย ครู
บาทองคํ
าไดใชใหไป
ซื้อกาแฟ พอซื้
อกาแฟได
มาแล
ว ระหวางทางเดินกลั
บ ได
ถู
กกลุ
มวั
ยรุ
น ๔ คน รุ
มชกตอยจน
กาแฟที่
ถื
อมานั
นหกหมด เหลื
อแต
กระป
อง (ในสมั
ยนั
นนิ
ยมใช
กระป
องนมข
นใส
กาแฟ) มี
ความคั
บแคนใจมากเดิ
นร
องไหมาตลอดทาง เมื่
อกลั
บมาถึ
งวั
ดก็
เล
าเรื่
องให
ครู
บาทองคํ
าฟ
ครู
บาทองคํ
าเอ็
นดู
จึ
งขอให
ครู
เณรซึ่
งอดี
ตเคยเป
นทหารค
ายกาวิ
ละ ช
วยถ
ายทอดวิ
ชาต
อสู
ปองกั
นตั
วและวิ
ชาชกมวยให
นายมานพ ยาระณะ ใชเวลาฝ
กฝนตั
วเองทุ
กวั
น จนเวลาผ
านไป
ประมาณ ๕ – ๖ เดือน เมื่
อสภาพร
างกายและจิ
ตใจมีความสมบู
รณ
พร
อมเต็
มที่
นึกอยากจะ
ลองวิชาของตนเองวาเป
นอย
างไร จึงไดไปคอยดั
กกลุ
มวั
ยรุ
นบริ
เวณที่
ตนเองถู
กทํ
าร
าย ก็
ได
พบคู
ปรั
บเก
าพร
อมหน
าทั
ง ๔ คน ซึ่
งก็
จะเข
ามาชกต
อยอี
กเช
นเคยในลั
กษณะ ๔ รุ
ม ๑ แต