Page 52 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๓๘
ขยายอาณาเขต โดยกลองชั
ยก็
ถู
กนํ
ามาใช
เป
นเครื่
องบอกอาณั
ติ
สั
ญญาณรบในกองทั
บทบาทของกลองชั
ยดั
งกล
าวนี้
ไดรั
บคติ
มาจากลองอาลั
มพระซึ่
งเหล
าอสู
รใช
เป
นเครื่
องบอก
อาณั
ติสั
ญญาณรบกั
บเทวราช แต
ถ
าหากใช
เป
นอาณั
ติสั
ญญาณที่
บงบอกถึงชั
ยชนะ และแสดง
ความป
ติยิ
นดี
หรือใช
ประโคม เพื่
อให
เกิ
ดความรื่
นเริงบั
นเทิ
งใจ ก็
เรียกว
า “กลองนั
นทเภรี
ครั
นเมื่
อพระพุ
ทธศาสนา เผยแผเขามาสู
สั
งคมกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ไท เช
น ไทยวน ล
านนา
ไทยสยาม (กรุ
งเทพฯ) ไทลื้อ เมืองสิ
บสองพั
นนา และไทเขิ
น เมืองเชี
ยงตุ
ง เป
นตน จึ
งทํ
าให
คติ
การสร
างกลองในพระไตรป
ฎกเผยแผ
เข
ามาด
วย ดั
งปรากฏชื่
อกลองในวั
ฒนธรรมของ
ชาติ
พั
นธุ
เหล
านี้
ที่
เรี
ยกขานชื่
อกลอง โดยเลี
ยนแบบชื่
อกลองที่
ปรากฏในพระไตรป
ฎกว
กลองชั
ย กลองมั
งคละ กลองชั
ยมั
งคละ และกลองนั
นทเภรี นอกจากนั
้น ในแต
ละวั
ฒนธรรม
ต
างปรากฏคติการสรางกลองในพระไตรป
ฎกผสมผสานอยู
กั
บวรรณกรรม และศิลปกรรมทาง
พุ
ทธศาสนาในท
องถิ่
นของตน ซึ่
งเป
นอนุ
ภาคสํ
าคั
ญส
วนหนึ่
งของสุ
วรรณกั
กกฎชาดก
กล
าวคื
ชาวไทลื้
อ เมื
องสิ
บสองพั
นนา มี
วรรณกรรมพุ
ทธศาสนาท
องถิ่
นเรื่
องลั
งกาสิ
บโห ที่
กล
าวอ
างอิ
งถึ
ง อนุ
มอนสร
างสะพานข
ามน้ํ
าไปยั
งเมื
องลั
งกา แล
วทํ
าลายปู
ที่
คอยทํ
าลาย
สะพาน โดยนํ
าก
ามปู
ไปทํ
าเป
นกลองแลวนํ
าไปถวายแก
พระอินทร
ชาวไทเขิ
น เมืองเชียงตุ
ง มี
วรรณกรรมพุ
ทธศาสนาท
องถิ่
น เรื่
องมั
ฆวาชาดกที่
กล
าว
อางอิงถึง เหลาอสู
รใชกลองนั
นทเภรี
ตีเป
นเครื่
องบอกอาณั
ติสั
ญญาณรบกั
บพระอินทร เมื่
พายแพ
แลวทิ้
งกลองใบนี้
ไว
พระอินทรจึ
งยึ
ดไปไวบนสวรรค
ชั
นดาวดึงส
ชาวไทยวน หรือชาวลานนา มีวรรณกรรมพุ
ทธศาสนาท
องถิ่
นเรื่
องคั
มภีรพระวินั
ยดอก
เดื่
อ ที่
กล
าวถึ
ง พระสงฆ
ล
านนามี
การแตกแยกทางความคิ
ดและวิ
ถี
ปฏิ
บั
ติ
ซึ่
งมี
การอธิ
บาย
พระวินั
ยที่
เกี่
ยวกั
บการออกเสียงสวดทํ
าใหเกิดอั
กขรวิบั
ติ วาเป
นโทษหนั
ก โดยกลาวอุ
ปมาถึ
เรื่
องการนํ
าก
ามปู
มาสรางเป
นกลองชั
ยมั
งคละ แลวมีการประดั
บตกแตงกลองดวยสิ่
งของมีคา
จนทํ
าให
กลองเสื่
อมฤทธานุ
ภาพลง
ส
วนชาวไทยสยาม ปรากฏภาพวาดจิ
ตรกรรมฝาผนั
ง เรื่
องสุ
วรณกั
กกฎชาดก และ
กลองกามปู
ซึ่
งเป
นศิ
ลปกรรม ที่
เลียนแบบคติการสรางกลองกามปู
จากสุ
วรรณกั
กกฎชาดก
ที่
พระวิหารของวั
ดสุ
ทั
ศนเทพวนาราม กรุ
งเทพมหานคร
แม
คติ
การสร
างกลองในกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ไท จะมี
ที่
มาจากพระไตรป
ฏกเหมื
อนกั
น แต
รู
ปแบบของกลอง อั
นไดแก รู
ปลั
กษณ
ทวงทํ
านอง (ระบํ
า) ลี
ลาการตี
กลอง และการประสม
วงของเครื่
องดนตรี
เป
นต
น ในแต
ละวั
ฒนธรรม อาจมี
พั
ฒนาการที่
แตกต
างกั
น ตามความ
นิยมในแต
ละท
องถิ่
น แต
โดยภาพรวมแลว กลองในแตละวั
ฒนธรรม ตางก็
ถือคติวา กลองเป
ของสู
ง และศั
กดิ
สิ
ทธิ์
มี
ความเกี่
ยวข
องกั
บพระพุ
ทธเจ
า เทพศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
และกษั
ตริ
ย
มี
บทบาท