องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๓๙
หนาที่
สํ
าหรั
บใช
เป
นเครื่
องบอกอาณั
ติสั
ญญาณในชุ
มชน และเป
นเครื่
องดนตรีสํ
าหรั
บประโคม
ในงานบุ
ญประเพณี
ทางพุ
ทธศาสนา รวมทั
้งการกํ
าหนดข
อห
าม และข
อปฏิบั
ติที่
มีต
อกลองใน
ลั
กษณะต
าง ๆ ซึ่
งสิ่
งเหล
านี้
ถื
อเป
นลั
กษณะร
วม ที่
แสดงให
เห็
นว
าการสรางกลองในวั
ฒนธรรม
ของกลุ
มชาติพั
นธ
ไท มีคติร
วมกั
นเนื่
องจากมีคติมาจากแหล
งเดียวกั
น
ในส
วนของล
านนา ซึ่
งเป
นดิ
นแดนที่
พระพุ
ทธศาสนามี
ความเจริ
ญมั่
นคง และถือเป
น
ศู
นย
กลางการเผยแผ
พระพุ
ทธศาสนา ไปยั
งกลุ
มชาติ
พั
นธ
ไทเขิ
น เมื
องเชี
ยงตุ
ง และไทลื้
อ
เมืองสิ
บสองพั
นนา ถื
อเป
นดิ
นแดนที่
มี
พั
ฒนาการด
านเครื่
องดนตรี
ประเภทกลอง ที่
มี
ความ
โดดเด
นและมี
เอกลั
กษณ
เฉพาะตน ดั
งจะเห็
นได
จากคติ
และรู
ปแบบของกลองชั
ยมงคล หรื
อ
กลองชั
ย ซึ่
งมี
ข
อห
าม และข
อควรปฏิ
บั
ติ
ตลอดถึ
งการสร
างกลอง และการนํ
ากลองเข
า
ประดิษฐานภายในวั
ด ซึ่
งประกอบดวยพิ
ธี
กรรมต
าง ๆ ที่
อิงอยู
กั
บคติความเชื่
อทางพุ
ทธศาสนา
ผสมผสานกั
บคติ
แบบพรามหณ
และคติ
ท
องถิ่
น นอกจากนั
้
น ยั
งมี
พั
ฒนาการมาสู
“กลอง
สะบั
ดชั
ย” และ “กลองปู
ชา” ในยุ
คต
อมาอีกดวย
งานวิ
จั
ยทั
้
ง ๔ เรื่
องเป
นงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวของกั
บผลงานของศิ
ลป
นแหงชาติ
นายมานพ
ยาระณะ เรื่
องกลองไชยมงคล ๓ เรื่
อง และเรื่
องฟ
อนผางอี
กหนึ่
งเรื่
อง นอกจากนี้
ยั
งมี
การศึ
กษาในลั
กษณะบทความและรายงานการศึ
กษาอีกจํ
านวนหนึ่
ง