องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ
๒๒
ถึ
งแม
จะไม
พบหลั
กฐานสํ
าคั
ญกล
าวถึ
งที่
มาของกลองบู
ชา แต
ด
วยรู
ปลั
กษณะที่
เหมื
อนกั
บ
กลองไชยมงคล ทั
้
งขนาดของกลองลู
กแม
และกลองลู
กตุ
บ เพี
ยงแต
อยู
สลั
บข
างกั
นเท
านั
้
น
ก็
น
าจะอธิ
บายได
เมื่
อครั
้งอดีตกลองชนิดนี้
จะตองมีอยู
ประจํ
าทุ
กวั
ด คราใดเมื่
อใกลถึงวั
นพระ
หรื
อวั
นสํ
าคั
ญทางพุ
ทธศาสนา เช
น วั
นวิ
สาขบู
ชา วั
นอาสาฬหบู
ชา วั
นมาฆบู
ชาหรื
อ
กิ
จสํ
าคั
ญ ๆ ของพระสงฆ ทางวั
ดก็
จะมีการตีกลองบู
ชาเพื่
อเป
นอาณั
ติสั
ญญาณและเป
นการ
เชิ
ญชวนให
ประชาชนหรื
อชาวบ
านที่
อยู
ในหมู
บ
านหรื
อบริ
เวณใกล
เคี
ยงหรื
อต
างหมู
บ
าน ได
รั
บทราบความเคลื่
อนไหวและเขาร
วมในกิ
จกรรมของทางวั
ดที่
กํ
าลั
งจะมีขึ้
น
วิธี
การตี
กลองบู
ชามีนั
ยที่
น
าสนใจ กล
าวคือนอกจากเสียงที่
ดั
งก
องกั
งวานแล
ว ยั
งมี
ความหมายอั
นเป
นนั
ยที่
ซ
อนเร
นที่
ชาวล
านนาในอดี
ตสามารถรู
และเข
าใจได
ตรงกั
น ซึ่
งมี
อยู
ดวยกั
นหลายรู
ปแบบ กล
าวคื
อ
หากตี
ในทํ
านองสาวหลั
บเต
อะ หมายถึ
ง เป
นการบอกใหทราบว
าภารกิ
จใดก็
ตามที่
พวกหนุ
มสาวกํ
าลั
งกระทํ
าอยู
ในขณะนี้ เช
น กํ
าลั
งแตงดาจั
ดเตรียมขาวของเพื่
อถวายพระให
รีบกระทํ
าให
เสร็
จและให
นอนแต
หั
วค่ํ
า เพราะว
าวั
นพรุ
งนี้จะไดตื่
นแตเชา เพื่
อมารวมกิจกรรม
ที่
สํ
าคั
ญกล
าวคื
อทํ
าบุ
ญตั
กบาตรแด
พระสงฆ
ที่
มาบิ
ณฑบาตร
หากตี
ในทํ
านองเสื
อขบตุ
หมายถึ
ง ให
ชาวบ
านมาช
วยกั
นระแวดระวั
งดู
แลความ
ปลอดภั
ยในบริเวณที่
พระสงฆกํ
าลั
งเจริญวิป
สสนากรรมฐาน
หากตี
ในทํ
านองล
องน
าน หมายถึ
ง เชิ
ญชวนให
ชาวบ
านไปร
วมในขบวนเรื
อเพื่
อไป
ทํ
าบุ
ญตามวั
ดต
าง ๆ ที่
อยู
ห
างไกล
หากตีในทํ
านองสุ
ดธรรม หมายถึ
ง การเสร็
จสิ้
นโดยสมบู
รณในพิ
ธี
กรรมทางศาสนา
กลองมองเซิง
เป
นเครื่
องดนตรีชนิดหนึ่
งของชาวเงี้ยว หรือชาวไทใหญ เป
นที่
นิยมกั
น
ในจั
งหวั
ดแม
ฮองสอน เชี
ยงใหม
ลํ
าพู
น และลํ
าปาง คํ
าวา “มอง” หมายถึง “ฆอง”สวนคํ
าวา
“เซิ
ง” หมายถึงชุ
ด คื
อ ฆ
องชุ
ด ซึ่
งมั
กใช
ฆ
องตั
้งแต
๕ – ๙ ใบ ซึ่
งแปลตามภาษาของไทใหญ
หรื
อชาวเงี้
ยว ส
วนอีกนั
ยหนึ่
งคํ
าวา “มองเซิง” แปลตามพจนานุ
กรมฉบั
บลานนาวา “ฆองชุ
ด
จํ
านวน ๕ – ๙ ใบ ประกอบดวยแกน ถาโยกแกนจะตีฆองพรอมกั
นทุ
กใบ” การละเลนกลอง
มองเซิ
งนี้
แพร
สู
ลานนาไทยเป
นเวลาช
านานแลว ทั
้
งนี้
เพราะว
าไทใหญ
และอาณาจั
กรลานนา
มีอาณาเขตติดต
อกั
น
การตี
กลองมองเซิ
ง เป
นศิลปะการแสดงพื้
นบ
านที่
มีรู
ปแบบการบรรเลงเฉพาะตั
ว จะ
ใช
ตี
ดํ
าเนิ
นสั
ญญาณตลอดตั
้
งแต
เริ่
มต
นจนจบ โดยมี
ฆ
องและฉาบเป
นเครื่
องประกอบจั
งหวะ
นิยมใช
บรรเลงในงานรื่
นเริ
งต
าง ๆ และใช
ร
วมขบวนแห
งานบุ
ญต
าง ๆ อาทิ
งานบวชสามเณร