องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๒๘๘
๗. กระบวนการสร
างสรรค
ผลงานที่
โดดเด
นของนายมานพ ยาระณะ
มีดั
งนี้
๑.) นํ
าอั
ตลั
กษณ
ที่
โดดเด
นของตนเองมาสรางสรรคผลงาน โดยนํ
าความสามารถที่
โดดเด
นมาสร
างชุ
ดการแสดง ได
แก
นํ
าศิ
ลปะการต
อสู
ป
องกั
นตั
ว เจิ
ง มาประดิ
ษฐ
ชุ
ด “ฟ
อน
เจิง” นํ
าศิ
ลปะการตีฉาบ มาประดิษฐ
ชุ
ดการแสดง “ฟ
อนฉาบ”
๒.) นํ
าหลั
กธรรมคํ
าสอนตามหลั
กพระพุ
ทธศาสนาและประเพณีมาสรางสรรคผลงาน
โดยนํ
าตํ
านานพระพุ
ทธเจ
าห
าพระองค
หรื
อ ธรรมกาเผื
อก ซึ่
งกล
าวถึ
งอานิ
สงส
ของการจุ
ด
ผางประที
ป มาประดิษฐ
ชุ
ดการแสดง “ฟ
อนผาง”
๓.) ยึ
ดรู
ปแบบจากแม
ท
าเจิ
ง เป
นท
าหลั
กในการสรางสรรค
ผลงาน
๔.) นํ
าเอาเพลงกลองเป
นเสียงดนตรีหลั
กประกอบการแสดงชุ
ดที่
สรางสรรค
ขึ้
น
- ฟ
อนผาง ใช
กลองไชยมงคล ทํ
านองชนะศึ
กหรือฝนแสนห
า
- ฟ
อนเจิ
ง ใช
กลองไชยมงคล ทํ
านองออกศึ
ก
- ฟ
อนฉาบ ใชกลองปู
เจ
ทํ
านองนกยู
งคํ
า นกปู
ติ๊
ด
๕.) นํ
ารู
ปแบบการแต
งกายแบบไทลื้
อ ซึ่
งเป
นเชื้
อสายของมารดา มาใช
ในการ
สรางสรรคผลงาน
๖.) นํ
าจารีตนิยมมาผสานกั
บแนวคิ
ดของคณะผู
รวมงาน โดยนายมานพ ยาระณะเป
น
ผู
ให
ท
าหลั
ก ให
คณะผู
ร
วมงานนํ
าไปจั
ดกระบวนแสดง และนํ
ามาสรุ
ปร
วมกั
น
๗.) ผลงานสร
างสรรค
ดานศิ
ลปะการแสดง “ฟ
อน” มี
๓ ชุ
ด คือ ฟอนผาง ฟ
อนเจิ
ง
ฟ
อนฉาบ
๘. กระบวนการถ
ายทอดผลงานของนายมานพ ยาระณะ
๑.) การรั
บเข
าเป
นศิ
ษย
ผู
ที่
จะขอเข
ามาร่ํ
าเรี
ยนวิ
ชากั
บนายมานพ ยาระณะ จะต
อง
นํ
าเอาเครื่
องสั
กการะเพื่
อฝากตั
วเขาเป
นศิ
ษย
ประกอบดวย ดอกบั
วขาว ๙ ดอก(หรือดอกไมสี
ขาว) ธู
ป ๙ เลม เทียนขี้
ผึ้งเล็
ก ๕ เลม และน้ํ
าสมปอย นํ
ามาหาเพื่
อคารวะบู
ชาฝากตั
วกั
บพ
อ
ครู
และขอให
พ
อครู
รั
บตั
วเป
นศิ
ษย
หลั
งการไหว
ครู
แลวพ
อครู
จะเริ่
มต
นสนทนากั
บลู
กศิษยที่
มาขอเรี
ยนวาต
องการเรี
ยน
อะไรบ
าง แล
วแยกตามกลุ
มสนใจ เป
น ๓ กลุ
มคือ กลุ
มเรียนกลอง กลุ
มเรี
ยนเจิ
ง กลุ
มเรียน
ฟ
อน โดยทุ
กกลุ
มผู
เรียนจะไดเรียนประวั
ติ ตํ
านาน (ทฤษฎี
) ก
อน หากผู
เรียนประสงคจะเรียนรู
ในระยะยาว ก็
จะให
เรียนฟ
อนดาบเป
นอั
นดั
บแรก