องคความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายมานพ ยาระณะ ๒๘๗
กระบวนเพลงกลองบู
ชา
๑.) ทํ
านองเสือขบตุ
๒.) ทํ
านองสาวหลั
บเตอะ
๓.) ทํ
านองล
องนาน
๔.) ทํ
านองสุ
ดธรรม
กระบวนเพลงกลองปู
เจ
๑.) ทํ
านองเพลงนกยู
งคํ
า
๒.) ทํ
านองเพลงนกปู
ติ๊
ด
กระบวนเพลงมองเซิ
ง
ทํ
านองแห
กลองมองเซิ
ง
๖.แรงบั
นดาลใจในการสร
างสรรค
ผลงานของนายมานพ ยาระณะ
๑.) แรงบั
นดาลที่
มาสั
งคม วั
ฒนธรรม ประเพณี
นายมานพ ยาระณะ มีวิถี
ชีวิตอยู
ในสั
งคมที่
อุ
ดมไปดวยศิลปวั
ฒนธรรมและประเพณี
ที่
วั
ดแม
ก
ะ ที่
บ
านเกิ
ด ได
เห็
นการตี
กลอง การฟ
อนเจิ
ง มาตั
้
งวั
ยเด็
กทุ
กครั
้
งที่
วั
ดมี
งานฉลอง
ตางๆ เมื่
อมาอยู
ที่
บานสั
นป
าข
อย ได
มีโอกาสรวมแห
ดนตรี
ตีกลอง ฆอง ฉาบ ฟ
อนเจิ
ง ฟ
อน
หอก ในงานประเพณีต
าง ๆ
๒.) แรงบั
นดาลใจที่
มาจากการแสดงศิ
ลปะพื้
นบ
านลานนา
นายมานพ ยาระณะ ใช
ชี
วิ
ตในวั
ยหนุ
ม อยู
ที่
บ
านสั
นป
าข
อย มี
โอกาสออกแสดง
ร
วมกั
บคณะสุ
จิ
นตและสหาย และคณะพ
อครู
ใหม
อภิ
บาล ดวยการตีกลอง ฟอนเจิงตามงาน
ต
าง ๆ ไดมีโอกาสเรียนรู
ศิ
ลปะการแสดงพื้นบานลานนากั
บพอครู
ตางๆ จนมีความโดดเดนทั
้ง
การแสดงเจิ
ง ฟอนดาบ ฟอนหอก การตีกลองปู
เจ
การตีกลองมองเซิง นายมานพ ยาระณะ
ได
ผู
กพั
นคลุ
กคลี
อยู
กั
บศิ
ลปะการแสดงพื้
นบ
านเหล
านี้
จนเป
นส
วนหนึ่
งในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น
จนกระทั่
งทุ
กวั
นนี้
๓.) แรงบั
นดาลใจที่
เกิ
ดจากตํ
านาน ชาดก และคาถาธรรมต
าง ๆ
นายมานพ ยาระณะ เป
นผู
ที่
ยึดมั่
นตามหลั
กธรรมคํ
าสอนในพระพุ
ทธศาสนาตํ
านาน
ชาดกธรรมต
าง ๆ และคํ
าสอนของผู
แก
ผู
เฒ
าในท
องถิ่
น ซึ่
งเกี่
ยวโยงกั
บศิ
ลปะการแสดงพื้
นบาน
ลานนาและวั
ฒนธรรมประเพณี
ของล
านนา ซึ่
งในเวลาตอมาได
เกิ
ดเป
นแรงบั
นดาลใจ ในการ
นํ
าตํ
านาน ชาดก คาถาธรรม มาเป
นสวนหนึ่
งในกระบวนการสรางสรรค
ผลงานและถ
ายทอด
ไปยั
งลู
กศิ
ษย
ให
การอบรมสั่
งสอนตามที่
ได
สืบสานมาจากพระเถระและผู
แก
ผู
เฒ
าในท
องถิ่
น