เกํ
าทํ
าให๎
ต๎
องหาวั
สดุ
ที่
เหมาะสม มี
การประชุ
มรํ
วมกั
นระหวํ
างคณะทํ
างานฝ่
ายออกแบบและปรั
บปรุ
งอาคารเกํ
า
กั
บสถาปนิ
กชุ
มชนเพื่
อทํ
าการสํ
ารวจความเสี
ยหาย และมี
การวางแผนรํ
วมกั
นกั
บชาวบ๎
านเพื่
อดํ
าเนิ
นการตํ
อไป
ภาพที่
๓๘ การปรั
บปรุ
งอาคารบ๎
านขุ
นจํ
านงจี
นารั
กษ์
ภาพที่
๓๙ พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
บ๎
านขุ
นจํ
านงจี
นารั
กษ์
(ในปั
จจุ
บั
น)
๖) การปรั
บปรุ
งลานโพธิ์
เดิ
มเป็
นห๎
องแถวไม๎
ตํ
อมาไมํ
มี
ผู๎
อยูํ
อาศั
ยปลํ
อยให๎
ผุ
พั
ง กลายเป็
นที่
ทิ้
ง
ขยะของชาวชุ
มชน คณะกรรมการฯ เห็
นวํ
าเป็
นพื้
นที่
วํ
างเปลํ
า รกรุ
งรั
ง จึ
งพั
ฒนาให๎
เป็
นลานกิ
จกรรมของชุ
มชน
ซึ่
งตํ
อมาธนารั
กษ์
จั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
ได๎
สงวนพื้
นที่
นี้
ไว๎
เป็
นพื้
นที่
สาธารณะสํ
าหรั
บใช๎
รํ
วมกั
นของคนในชุ
มชน
๔.๒ การเปลี่
ยนแปลงทางด้
านสั
งคมและวั
ฒนธรรม
๑
)
เกิ
ดกลุ่
มหรื
อชมรม
ที่
ทํ
างานด๎
วยจิ
ตอาสาเพิ่
มมากขึ้
นจากเดิ
ม ซึ่
งเริ่
มจากคณะกรรมการ
พั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
ชวนกั
นมาทํ
างานโดยอาสาสมั
ครเข๎
ามา ตํ
อมาคณะกรรมการฯ ที่
มี
พลั
งความคิ
ด
สร๎
างสรรค์
ได๎
แตกกิ
จกรรมออกไป ดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมตามความถนั
ดหรื
อความสนใจ โดยจั
ดตั้
งชมรมหรื
อกลุํ
มขึ้
น
เชํ
น ชมรมแอโรบิ
คของกลุํ
มสตรี
กลุํ
มครู
อาจารย์
โรงเรี
ยนในเขตเทศบาลฯ กลุํ
มมั
คคุ
เทศก์
น๎
อย เป็
นต๎
น
๒) เกิ
ดการปรั
บเปลี่
ยนระบบความสั
มพั
นธ์
หลั
งจากชุ
มชนได๎
มี
โอกาสเรี
ยนรู๎
รํ
วมกั
นในการจั
ดกิ
จกรรมการฟื้
นฟู
ตลาดมาระยะหนึ่
งแล๎
ว
ซึ่
งกระบวนการดั
งกลํ
าวให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บการรํ
วมคิ
ด รํ
วมทํ
า และตั
ดสิ
นใจรํ
วมกั
น ซึ่
งเป็
นความสั
มพั
นธ์
ใน
แนวราบ ไมํ
มี
สายบั
งคั
บบั
ญชาตามแนวดิ่
ง ทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
การปรั
บบทบาทและความสั
มพั
นธ์
เข๎
าหากั
นมากขึ้
น
กลํ
าวคื
อผู๎
นํ
าชุ
มชนก็
ลดบทบาทจากการเป็
นผู๎
สั่
งการ มารั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นของชุ
มชน ขณะเดี
ยวกั
นชุ
มชนก็
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๗๑