Page 100 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

พั
กของนั
กทํ
องเที่
ยว โดยสถาปนิ
กชุ
มชน รํ
วมกั
นออกแบบพื้
นที่
ให๎
เหมาะสมตํ
อการรองรั
บนั
กทํ
องเที่
ยว ที่
ต๎
องการแวะดื่
มกิ
นอาหารที่
ขายในตลาด การปรั
บปรุ
ง /จั
ดระเบี
ยบตํ
างๆ เหลํ
านี้
ทํ
าให๎
ตลาดสามชุ
กมี
ความพร๎
อม
ทางกายภาพที่
จะรองรั
บผู๎
ที่
จะมาใช๎
บริ
การ โดยได๎
รั
บการจั
ดให๎
เป็
นที่
ศึ
กษาดู
งานและรั
บประทานอาหารกลางวั
ของผู๎
เข๎
ารํ
วมในการจั
ดการสั
มมนาแลกเปลี่
ยนโครงการปฏิ
บั
ติ
การชุ
มชนและเมื
องนํ
าอยูํ
ในระดั
บภาคและ
ระดั
บประเทศ ผลจากการมี
ผู๎
มาเยี่
ยมชมและใช๎
จํ
ายในตลาด ทํ
าให๎
พํ
อค๎
าแมํ
ค๎
า และชาวตลาดซึ่
งเดิ
มคํ
อนข๎
าง
เอื่
อยเฉื่
อยกั
บโครงการฯ มี
ความรู๎
สึ
กมี
หน๎
ามี
ตาไปกั
บตลาดของตน และยั
งได๎
รั
บประโยชน์
จากเศรษฐกิ
จที่
ดี
ขึ้
๔) การทาสะพานเดิ
นริ
มน้
า (เลี
ยบแม่
น้
าท่
าจี
น)
เป็
นอี
กกิ
จกรรมที่
สร๎
างความตํ
อเนื่
อง ให๎
กั
การพั
ฒนาตลาดสามชุ
กให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
เนื่
องจาก
ชาวชุ
มชนเห็
นวํ
าเป็
นอาคารไม๎
บริ
เวณถนน
เลี
ยบนที
ของตลาดสามชุ
กนั้
นมี
รู
ปแบบทางสถาปั
ตยกรรมที่
เกํ
าแกํ
เป็
นเอกลั
กษณ์
ควรคํ
าแกํ
การอนุ
รั
กษ์
แตํ
ในฤดู
น้ํ
าหลากน้ํ
าจะกั
ดเซาะตลิ่
งอยํ
างแรงเป็
นเหตุ
ให๎
บ๎
านริ
มน้ํ
าทรุ
ดเอี
ยง ชาวชุ
มชนจึ
งคิ
ดทํ
าทางเดิ
นเท๎
าเพื่
อเป็
นเขื่
อน
ป้
องกั
นดิ
นทรุ
ดและสามารถซํ
อนทั
ศนี
ยภาพที่
ไมํ
สวยงามข๎
างลํ
างที่
มี
ทํ
อน้ํ
าเสี
ย ส๎
วม ฯลฯ ขณะเดี
ยวกั
นก็
สามารถใช๎
เป็
นทางเดิ
นเชื่
อมตํ
อกั
นริ
มน้ํ
า เป็
นที่
เดิ
นออกกํ
าลั
งกายและเป็
นพื้
นที่
พั
กผํ
อน
ภาพที่
๓๖ บริ
เวณริ
มน้ํ
ากํ
อนการทํ
าสะพานริ
มน้ํ
า ภาพที่
๓๗ สะพานเดิ
นริ
มน้ํ
ฝ่
ายปฏิ
บั
ติ
การจึ
งประสานให๎
มี
การจั
ดการประชุ
มระหวํ
างกรรมการพั
ฒนาตลาดฯ ชาวชุ
มชนตลาด
สามชุ
ก เทศบาลฯ (นายกเทศมนตรี
) สถาปนิ
ก เกี่
ยวกั
บรู
ปแบบของการทํ
าสะพานที่
รุ
กล้ํ
าแมํ
น้ํ
าน๎
อยที่
สุ
ดและ
ใช๎
วั
สดุ
ที่
เหมาะสม ในการประชุ
มมี
การแลกเปลี่
ยนกั
นอยํ
างกว๎
างขวาง จึ
งได๎
ข๎
อสรุ
ปที่
ทุ
กฝ่
ายเห็
นพ๎
องต๎
องกั
นั
บเป็
นสิ่
งที่
ปลู
กสร๎
างสาธารณะชิ้
นแรกที่
เกิ
ดขึ้
นจากความเห็
นชอบของชาวตลาด โดยเทศบาลได๎
จั
ดงบประมาณ
มาสร๎
างให๎
๕) การออกแบบ/ปรั
บปรุ
งอาคารในตลาด
เนื่
องจากอาคารไม๎
ดั้
งเดิ
มของตลาดสามชุ
กนั้
นเกํ
าแกํ
และทรุ
ดโทรมลงตามกาลเวลา มี
ปั
ญหาหลั
งคารั่
ว โครงสร๎
างของตั
วอาคารมี
หลั
งคาที่
ตํ
อกั
นยาวไปโดยตลอด
จํ
าต๎
องมี
การตกลงพร๎
อมใจกั
นและการวางแผนรํ
วมกั
นของผู๎
อยูํ
อาศั
ยทั้
งหมด อี
กทั้
งรู
ปแบบของสถาปั
ตยกรรม
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๗๐