ภาพบ๎
านไม๎
ที่
มี
คุ
ณคํ
า” สถาปนิ
กจะเป็
นหลั
กในการชํ
วยทํ
า และกิ
จกรรมอื่
นๆที่
จั
ดโดยเทศบาลฯ ทํ
าให๎
ชาว
สามชุ
กมี
ความตื่
นตั
วมี
คนมารํ
วมมากอยํ
างที่
ไมํ
เคยเป็
นมากํ
อน ทํ
าให๎
ชาวสามชุ
กหลายคนเริ่
ม มองเห็
นวํ
าบ๎
าน
ตนเองก็
มี
ความสวยงาม การทํ
ากิ
จกรรมเหลํ
านี้
สํ
วนใหญํ
จะเน๎
นที่
ประเด็
นการรํ
วมคิ
ด-รํ
วมทํ
า ระหวํ
างคนกลุํ
ม
ตํ
าง ๆ เพื่
อสร๎
างการมี
สํ
วนรํ
วม และเชื่
อมร๎
อยกิ
จกรรมตํ
างๆให๎
มี
การบู
รณาการทั้
งในเชิ
งเนื้
อหา และกระบวนการ
ทํ
างานที่
มุํ
งเป้
าไปยั
งการฟื้
นฟู
อนุ
รั
กษ์
ท๎
องถิ่
นทางกายภาพ ภู
มิ
ปั
ญญา และวั
ฒนธรรมท๎
องถิ่
น ที่
จะนํ
ากลั
บมาเป็
น
พลั
งของวิ
ถี
ชี
วิ
ตใหมํ
ของชุ
มชนในปั
จจุ
บั
น
๓.๙ ขยายเครื
อข่
าย
โดยการประสานเชื่
อมโยงเครื
อขํ
ายทรั
พยากรบุ
คคลและความรู๎
ทางวิ
ชาการ
ด๎
านงานออกแบบและสถาปั
ตยกรรมการอนุ
รั
กษ์
อาคาร/บ๎
านเกํ
า จากภายนอกให๎
กั
บชุ
มชน มี
นั
กวิ
ชาการจาก
สถาบั
นเทคโนโลยี
ราชมงคล เป็
นที่
ปรึ
กษาชุ
มชนมี
การทํ
างานรํ
วมกั
บที
มสถาปนิ
กชุ
มชน ในการปรั
บปรุ
ง
ซํ
อมแซม ด๎
านกายภาพของอาคารในตลาด และจั
ดทํ
า Master Plan โดยเจ๎
าของบ๎
านแตํ
ละหลั
งมี
สํ
วนรํ
วมในการ
จั
ดทํ
า รํ
วมตั
ดสิ
นใจวํ
าสิ่
งไหนควรทํ
า สิ่
งไหนไมํ
ควรทํ
า
ที่
สํ
าคั
ญ มี
การออกแบบ สร๎
างรู
ปธรรมให๎
เห็
น เพื่
อเป็
น
เครื่
องมื
อกระตุ๎
นให๎
เกิ
ดการแลกเปลี่
ยนระหวํ
างกั
น ซึ่
งจะนํ
าไปสูํ
การปรั
บปรุ
งด๎
านกายภาพที่
ชั
ดเจนยิ่
งขึ้
น
นอกจากจะมี
การขยายเครื
อขํ
ายการทํ
างาน รํ
วมกั
บนั
กวิ
ชาการในพื้
นที่
แล๎
ว ชุ
มชนยั
งได๎
มี
การขยายเครื
อขํ
ายการ
ทํ
างานในระดั
บภาค และประเทศด๎
วยการจั
ดการสั
มมนาแลกเปลี่
ยนประสบการณ์
การทํ
างานโครงการฯเมื
องนํ
า
อยูํ
ระดั
บภาค และระดั
บประเทศ (๑๒ เมื
อง)
สํ
งผลให๎
ตลาดสามชุ
กเป็
นที่
รู๎
จั
กแพรํ
หลายมากขึ้
น สร๎
างความ
ภาคภู
มิ
ใจให๎
ชุ
มชน และสํ
งผลกระทบทางบวกตํ
อเศรษฐกิ
จชุ
มชนในวงกว๎
าง และได๎
รั
บความรํ
วมมื
ออยํ
างดี
ยิ่
ง
จากประชาชนในชุ
มชนทั้
ง ๑๔ ชุ
มชนในเขตเทศบาล รวมทั้
งกลุํ
มสตรี
ในชมรมแอโรบิ
ค ที่
เข๎
ามารํ
วมในการ
รั
บรองและจั
ดการเรื่
องอาหาร กิ
จกรรมนี้
ชํ
วยทํ
าให๎
ความสั
มพั
นธ์
ของคนในชุ
มชนมี
ความใกล๎
ชิ
ดกั
นมากขึ้
น
การแลกเปลี่
ยนระดั
บภาคและประเทศ ได๎
เพิ่
มการรั
บรู๎
ถึ
งปั
ญหา และแนวทางการแก๎
ไข
ปั
ญหาที่
ดํ
าเนิ
นการอยูํ
ในเมื
องอื่
นๆ แกนนํ
าคนหนึ่
งกลํ
าววํ
า
“ในเรื่
องเดี
ยวกั
น เขาใช้
วิ
ธี
การคนละอย่
าง”
คณะ
กรรมการฯ มี
ความประทั
บใจเป็
นพิ
เศษกั
บประสบการณ์
ของบางเมื
อง และวางแผนที่
จะไปดู
งานที่
นั่
น เชํ
น
จั
งหวั
ดแมํ
ฮํ
องสอน ดั
งนั้
นการจั
ดเวที
แลกเปลี่
ยนดู
งาน ยั
งเป็
นเครื่
องมื
อตรวจสอบความพร๎
อม เกี่
ยวกั
บการ
รองรั
บนั
กทํ
องเที่
ยว และความเข๎
าใจอื่
น ๆ ของคนสามชุ
กได๎
เป็
นอยํ
างดี
๓.๑๐ ขั
บเคลื่
อนอย่
างต่
อเนื่
อง
เป็
นการสร๎
างกลไกการทํ
างานให๎
เดิ
นหน๎
า ด๎
วยการจั
ดกิ
จกรรม
อยํ
างตํ
อเนื่
อง เมื่
อเสร็
จกิ
จกรรมหนึ่
งแล๎
ว ก็
จะต๎
องมี
การจั
ดกิ
จกรรมตํ
อไป เพื่
อให๎
เกิ
ดการขั
บเคลื่
อน เป็
นการ
สร๎
างศั
กยภาพให๎
กั
บชุ
มชน และเป็
นการพั
ฒนาการขั
บเคลื่
อนให๎
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
ความเป็
นปึ
กแผํ
น
เข๎
มแข็
ง และมี
พลั
ง ดั
งนั้
นการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมตํ
าง ๆ ตามที่
ได๎
วางแผนไว๎
อยํ
างตํ
อเนื่
องจะทํ
าให๎
มี
พลั
งสะสม
ยิ่
งขึ้
นทํ
าให๎
ประสบความสํ
าเร็
จตามเป้
าหมาย ถ๎
ายิ่
งมี
ความพร๎
อมเพรี
ยงมากเทํ
าใด ความสํ
าเร็
จก็
จะตามมามาก
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๖๖