Page 97 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

เทํ
านั้
น และยั
งเป็
นการกระตุ๎
นให๎
ชุ
มชนคิ
ดค๎
นกิ
จกรรมเพิ่
มขึ้
นเรื่
อยๆ เชํ
น การทํ
าความสะอาดและการจั
ระเบี
ยบตลาด ภาพเกํ
าเลํ
าขานตํ
านานสามชุ
ก การจั
ดทํ
าพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ชุ
มชน เป็
นต๎
๓.๑๑ การติ
ดตาม/ประเมิ
นผล
ชุ
มชนได๎
เรี
ยนรู๎
วํ
าการติ
ดตามงานเป็
นกระบวนการที่
สํ
าคั
ประสบการณ์
ผํ
านมาชุ
มชนได๎
รั
บการติ
ดตามการดํ
าเนิ
นงานมาจากมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท อยูํ
เป็
นระยะๆ ซึ่
งเป็
นการ
กระตุ๎
นให๎
เกิ
ดการดํ
าเนิ
นงานอยํ
างตํ
อเนื่
อง ทํ
าให๎
งานออกมาเป็
นมรรคเป็
นผล ถ๎
าขาดการกระตุ๎
นและติ
ดตามงาน
ตลอดจนอํ
านวยความสะดวกด๎
านตํ
างๆ ที่
ได๎
รั
บจากมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทแล๎
ว การดํ
าเนิ
นงานคงไมํ
สามารถก๎
าวพ๎
ชํ
วงเวลาที่
สํ
าคั
ญนี้
ได๎
อาจจะเกิ
ดการชะงั
ก หรื
อแผํ
วหายไปเหมื
อนในอดี
ตที่
ผํ
านมา กลยุ
ทธ์
การกระตุ๎
นการ
ประสานและผลั
กดั
นให๎
การประชุ
มมี
ผล สูํ
การปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ที่
ได๎
รั
บจากมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท นั
บเป็
นคุ
ณู
ปการที่
ทํ
าให๎
ชุ
มชนประสบความสํ
าเร็
จในการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมตํ
างๆตํ
อมา
๓.๑๒ การสรุ
ปบทเรี
ยน
นั
บเป็
นขั้
นตอนสุ
ดท๎
ายของการดํ
าเนิ
นงาน เป็
นการมองย๎
อนกลั
บไปถึ
สิ่
งที่
ผํ
านมาวํ
าชุ
มชนได๎
เรี
ยนรู๎
อะไรบ๎
าง อะไรเป็
นจุ
ดเดํ
นอะไรเป็
นจุ
ดด๎
อย ประสบความสํ
าเร็
จในเรื่
องใดบ๎
าง
หรื
อมี
อะไรต๎
องแก๎
ไข จะเดิ
นหน๎
าตํ
อไปอยํ
างไร จะป้
องกั
นความผิ
ดพลาดที่
ผํ
านมาอยํ
างไร ควรจะมี
การถอด
บทเรี
ยน หรื
อประสบการณ์
ที่
ผํ
านมา เพื่
อบอกตํ
อหรื
อให๎
ความรู๎
แกํ
ผู๎
ที่
ยั
งไมํ
เคยดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมนั้
นๆ หรื
อยั
งไมํ
มี
ประสบการณ์
ชํ
วยให๎
เกิ
ดการสร๎
างองค์
ความรู๎
ใหมํ
หรื
อเส๎
นทางใหมํ
ชํ
วยให๎
สามารถไปถึ
งเป้
าหมายได๎
อยํ
าง
สะดวกรวดเร็
วขึ้
นโดยไมํ
ต๎
องลองผิ
ดลองถู
ก การสรุ
ปบทเรี
ยนจึ
งเป็
นอี
กขั้
นตอนหนึ่
งที่
สํ
าคั
ญ ควรจะได๎
มี
การ
ประมวลเป็
นความรู๎
สํ
าหรั
บเผยแพรํ
เพื่
อให๎
เกิ
ดการพั
ฒนามากยิ่
งขึ้
๔. ภาพรวมการฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
ภายในชํ
วงระยะเวลาที่
ดํ
าเนิ
นงานกระบวนการฟื้
นฟู
ตลาดสามชุ
กนั้
นได๎
กํ
อให๎
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
และการพั
ฒนา ทั้
งด๎
านกายภาพ เศรษฐกิ
จ สั
งคม และวั
ฒนธรรม จากตลาดที่
รกรุ
งรั
ง ซบเซามาเป็
นตลาดที่
เป็
ระเบี
ยบเรี
ยบร๎
อย มี
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ที่
มี
สถาปั
ตยกรรมงดงาม ได๎
รั
บการดู
แลซํ
อมแซมอยํ
างดี
ตามหลั
กวิ
ชาการ รวมทั้
อาคารบ๎
านเรื
อนในตลาดได๎
รั
บการดู
แลด๎
วยหลั
กการเดี
ยวกั
น ทํ
าให๎
เกิ
ดบรรยากาศของเมื
องเกํ
าที่
ผสมกลมกลื
กั
นในภาพรวม ถ๎
าหากชุ
มชนไมํ
รํ
วมมื
อแล๎
วภาพที่
ออกมาอาจจะมี
สี
สั
นตํ
างๆ ตามความพอใจของเจ๎
าของบ๎
าน
แตํ
ที่
ตลาดสามชุ
กมี
ความงามที่
ผสมผสานกลมกลื
นกั
นได๎
อยํ
างลงตั
ว ซึ่
งได๎
รั
บความรํ
วมมื
อจากสถาปนิ
ก และ
ชุ
มชนเป็
นอยํ
างดี
สามารถเปลี่
ยนจากเมื
องที่
ไมํ
นํ
าอยูํ
มาเป็
นเมื
องที่
นํ
าอยูํ
ได๎
นอกจากนี้
ชาวตลาดสามชุ
กยั
งได๎
ใสํ
จิ
ตวิ
ญญาณ และวิ
ถี
ชี
วิ
ตไว๎
ในตลาดแหํ
งนี้
อยํ
างรู๎
คุ
ณคํ
า จนได๎
รั
บการกลํ
าวขานวํ
าเป็
น “ตลาดมี
ชี
วิ
ต พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
มี
ชี
วา” ซึ่
งเป็
นจุ
ดสนใจให๎
ผู๎
คนหลั่
งไหลมาเยี่
ยมชมไมํ
ขาดสาย กํ
อให๎
เกิ
ดเศรษฐกิ
จหมุ
นเวี
ยนมหาศาลนํ
าความ
มั่
งคั่
งกลั
บมาสูํ
ตลาดสามชุ
กอี
กครั้
งหนึ่
ง หลั
งจากซบเซาไปกวํ
าสองทศวรรษ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๖๗