นั
บตั้
งแตํ
การรวมกลุํ
มเพื่
อแสดงความเป็
นน้ํ
าหนึ่
งใจเดี
ยวกั
น รํ
วมคิ
ด คื
อ
คิ
ดที่
จะให้
โดยยึ
ดถื
อผลประโยชน์
ของ
สํ
วนรวมเป็
นหลั
ก รํ
วมทํ
า คื
อ
การทาตามศั
กยภาพ
ใครควรอยูํ
บทบาทไหน แบํ
งหน๎
าที่
กั
นทํ
า และที่
สํ
าคั
ญคื
อการ
ทํ
างานบนฐานความรู๎
ต๎
องศึ
กษาหรื
อปรึ
กษาผู๎
เชี่
ยวชาญ เพื่
อสร๎
างมาตรฐานให๎
ชุ
มชน เชํ
น ในการปรั
บปรุ
งด๎
าน
กายภาพ มี
ที
มสถาปนิ
กชุ
มชนเข๎
ามาหนุ
นชํ
วยจั
ดทํ
า Master Plan โดยให๎
เจ๎
าของบ๎
านแตํ
ละหลั
งมี
สํ
วนรํ
วมจั
ดทํ
า
โดยรํ
วมกั
นตั
ดสิ
นใจวํ
าสิ่
งไหนควรทํ
า สิ่
งไหนไมํ
ควรทํ
า เพื่
อเป็
นแนวทางในการปรั
บปรุ
งอาคาร ซึ่
งชุ
มชน
จะต๎
องสื
บสานเป็
นมรดกของชุ
มชนตํ
อไป
บทเรี
ยน
ที่
ชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ได๎
จากการขั
บเคลื่
อนกิ
จกรรมของ
ชุ
มชนจนสามารถพลิ
กฟื้
นตลาดที่
ซบเซามาเป็
นตลาดที่
เฟื่
องฟู
ได๎
สํ
าเร็
จนั้
น ไมํ
มี
สู
ตรสํ
าเร็
จตายตั
ว แตํ
เป็
นการ
ทํ
างานอยํ
างมี
เป้
าหมาย เปรี
ยบเสมื
อนการตํ
อภาพจิ๊
กซอว์
เริ่
มจากสิ่
งที่
พอจะมองเห็
นแล๎
วคํ
อยๆ ตํ
อเติ
มจนครบ
ประสบการณ์
ที่
ได๎
จากการดํ
าเนิ
นงานดั
งกลํ
าวนั้
นเป็
นสิ่
งที่
มี
คํ
า ไมํ
ควรปลํ
อยให๎
สู
ญหายไปโดยเปลํ
าประโยชน์
เพราะมี
องค์
ความรู๎
แฝงอยูํ
มากมาย ซึ่
งเป็
นประโยชน์
ตํ
อชุ
มชนเอง และชุ
มชนที่
ประสบปั
ญหาคล๎
ายคลึ
งกั
น
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กตระหนั
กดี
ถึ
งความสํ
าคั
ญดั
งกลํ
าว จึ
งได๎
ดํ
าเนิ
นการศึ
กษาในครั้
งนี้
และพบวํ
าได๎
เกิ
ดกระบวนการเรี
ยนรู๎
ใหมํ
ขึ้
นในชุ
มชน พร๎
อมกั
บได๎
“องค์
ความรู้
ใหม่
” ซึ่
งพบวํ
า กระบวนการขั
บเคลื่
อนที่
ทํ
า
ให๎
ชุ
มชนสามารถพลิ
กฟื้
นตลาดที่
ซบเซา ให๎
กลั
บมาเจริ
ญรุํ
งเรื
องได๎
อี
กครั้
งหนึ่
งนั้
น ประกอบด๎
วยกิ
จกรรม หลั
ก
๑๒ ขั้
นตอน ดั
งนี้
๑)สร๎
างกลไก ๒) ศึ
กษาดู
งาน ๓)รํ
วมเวที
สั
มมนา ๔) วิ
เคราะห์
ชุ
มชน ๕) จั
ดเวที
ประชาคม ๖)
วางแผนดํ
าเนิ
นการ
๗) เริ่
มนํ
าแผนมาปฏิ
บั
ติ
๘) ขยายผลสูํ
กิ
จกรรมตํ
อไป
๙) ขยายเครื
อขํ
าย
๑๐) ขั
บเคลื่
อน
อยํ
าตํ
อเนื่
อง ๑๑) ติ
ดตาม/ประเมิ
นผล ๑๒) สรุ
ปบทเรี
ยน และเมื่
อนํ
าบทเรี
ยนที่
ผํ
านมา เที
ยบกั
บองค์
ประกอบ
ของชุ
มชนที่
ประสบความสํ
าเร็
จ ในความหมายที่
ศาสตราจารย์
ประเวศ วะสี
ได๎
ให๎
ไว๎
ซึ่
งประกอบไปด๎
วย ๘
“ก”
นั้
นพบวํ
า ชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
คุ
ณสมบั
ติ
ครบทุ
กองค์
ประกอบ คื
อ ๑) แกนนํ
า ๒) กลุํ
มก๎
อน ๓)
กั
ลยาณมิ
ตร ๔) กองทุ
น ๕) การบริ
หารจั
ดการ ๖) การเรี
ยนรู๎
๗) การสื่
อสาร ๘) การสนั
บสนุ
น และยั
งพบวํ
า
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กสามารถตํ
อยอด
“ก”
ที่
๙
ได๎
คื
อ
“กระบวนการ”
ดั
งที่
ปรากฏข๎
างต๎
น ซึ่
งเป็
นองค์
ความรู๎
ใหมํ
ที่
ได๎
จากการศึ
กษาครั้
งนี้
นั
บได๎
วํ
าชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ได๎
เพิ่
มองค์
ความรู๎
เกี่
ยวกั
บการพั
ฒนาชุ
มชนให๎
ครบถ๎
วน
สมบู
รณ์
ยิ่
งขึ้
น ซึ่
งจะเป็
นประโยชน์
ตํ
อการพั
ฒนาชุ
มชนและสั
งคมให๎
เข๎
มแข็
งและยั่
งยื
นได๎
อยํ
างแท๎
จริ
ง
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
:
กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
จ