ในชํ
วงเวลาดั
งกลํ
าวอาชี
พค๎
าขายเป็
นธุ
รกิ
จหลั
กของชุ
มชน แตํ
ก็
มี
อาชี
พใหมํ
เกิ
ดขึ้
น คื
อ การ
ประกอบอาชี
พเกี่
ยวกั
บ สถานบั
นเทิ
ง และบริ
การ เนื่
องจากในขณะนั้
นปริ
มาณเงิ
นหมุ
นเวี
ยนในพื้
นที่
การเกษตร
และอุ
ตสาหกรรมมี
จํ
านวนมาก กระจายไปยั
งชาวนา ชาวไรํ
แมํ
ค๎
า ทํ
าให๎
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตมี
เงิ
นใช๎
จํ
ายคลํ
องมื
อ มี
รายได๎
มากขึ้
น จึ
งหั
นไปหาความสะดวกสบาย ใช๎
จํ
ายฟุ่
มเฟื
อย หาความสํ
าราญตามแหลํ
งบั
นเทิ
งตามสมั
ยนิ
ยม
เพิ่
มขึ้
น สามชุ
กจึ
งกลายเป็
นศู
นย์
รวมของผู๎
คนที่
หลากหลาย ธุ
รกิ
จที่
กว๎
างขวางใหญํ
โต ตั้
งแตํ
การค๎
าขายภายใน
ชุ
มชนไปจนถึ
ง ธุ
รกิ
จพื
ชผลการเกษตร รวมทั้
งเป็
นศู
นย์
รวมของธุ
รกิ
จการเงิ
น การธนาคาร ศู
นย์
รวมของทาง
ราชการที่
สํ
าคั
ญอี
กด๎
วย
๒.๓ ระบบความสั
มพั
นธ์
๑) ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างผู้
คนในตลาด
ผู๎
คนสํ
วนใหญํ
ยั
งคงอยูํ
รวมกั
นเหมื
อนพี่
เหมื
อนน๎
อง
อาศั
ยเกื้
อกู
ล มี
ความรั
กใครํ
ปรองดอง มี
ความรั
กความสามั
คคี
แตํ
ระดั
บความสั
มพั
นธ์
เริ่
มเปลี่
ยนไป คื
อ ไมํ
แนบ
แนํ
นเหมื
อนเดิ
ม และมี
ลั
กษณะเชิ
งธุ
รกิ
จมากขึ้
น แตํ
อยํ
างไรก็
ตามความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ของผู๎
คนในตลาดก็
ยั
งคงมี
ให๎
แกํ
กั
นอยูํ
เสมอไมํ
วํ
าจะเป็
นคนไทย คนจี
น หรื
อคนไทยเชื้
อสายจี
นก็
ตาม โดยบุ
คคลสํ
าคั
ญทํ
านหนึ่
งที่
คอย
สร๎
างความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ให๎
เกิ
ดขึ้
นในตลาดนั้
น ได๎
แกํ
เถ๎
าแกํ
หุ
ย แซํ
เฮง หรื
อขุ
นจํ
านงจี
นารั
กษ์
นอกจากความสั
มพั
นธ์
ด๎
านอาชี
พการงานแล๎
ว การพั
กผํ
อนของชาวตลาดสามชุ
กโดยวิ
ธี
ขี่
จั
กรยาน
ยั
งชํ
วยสร๎
างบรรยากาศ ความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
ด๎
วย ดั
งคํ
าบอกเลํ
าของ คุ
ณราตรี
โอภาส ซึ่
งเลํ
าให๎
ฟั
งวํ
า
“การพั
กผ่
อนทั่
วไปของชาวตลาดสามชุ
ก หนุ่
มสาว ในรุ่
นก่
อนนิ
ยมขี่
จั
กรยานในตอนเย็
น
หลั
งจากเสร็
จการทางาน ขี่
จั
กรยานเลาะไปตามลาคลองชลประทานขึ้
นเหนื
อไป จนถึ
งประตู
ระบายน้
าชลมารค
พิ
จารณ์
บริ
เวณนั้
นร่
มรื่
น เป็
นสนามหญ้
า ปลู
กต้
นลั่
นทม(ต้
นลี
ลาวดี
) อยู่
หลายต้
น ชาวบ้
านจะนั
ดกั
นเอาข้
าวใส่
ปิ่
นโต ไปรั
บประทานกั
นแถวริ
มคลองชลประทาน หรื
อประตู
น้
า เด็
กๆก็
จะเล่
นน้
าริ
มเขื่
อนกั
นอย่
างสนุ
กสนาน”
(สั
มภาษณ์
ราตรี
โอภาส,๒๕๕๓)
๒) ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างผู้
คนในตลาดกั
บท้
องถิ่
นใกล้
เคี
ยง
สํ
วนใหญํ
ยั
งคงเป็
นไปในเรื่
องของ
การค๎
าขาย การรํ
วมแรง รํ
วมใจ และการให๎
ความชํ
วยเหลื
อเป็
นสํ
าคั
ญ สายสั
มพั
นธ์
ที่
เชื่
อมโยงกั
นนี้
มาจากความ
ผู
กพั
นในด๎
านการค๎
า และระบบเครื
อญาติ
และเครื
อขํ
ายทางการค๎
า ซึ่
งในชํ
วงเวลาดั
งกลํ
าว ชุ
มชนตลาดสามชุ
ก มี
การเชื่
อมโยงเครื
อขํ
ายทางการค๎
าไปทั่
วลุํ
มน้ํ
าทํ
าจี
น และลุํ
มน้ํ
าอื่
น
๓) ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างผู้
คนในตลาดกั
บหน่
วยงานราชการ
เนื่
องจากสถานที่
ราชการ อยูํ
ติ
ด
กั
บตลาด ข๎
าราชการสํ
วนใหญํ
มี
การไปมาหาสูํ
กั
นเป็
นประจํ
า มั
กจะเข๎
ามาจั
บจํ
ายใช๎
สอยและหาอาหาร
รั
บประทานในตลาดสามชุ
กเป็
นประจํ
า จึ
งทํ
าให๎
รู๎
จั
กและคุ๎
นเคยกั
บชาวตลาดเป็
นอยํ
างดี
เมื่
อชาวตลาดมี
งานก็
จะ
เชิ
ญนายอํ
าเภอ และผู๎
กอง รํ
วมเป็
นเกี
ยรติ
ในงาน ความสั
มพั
นธ์
จึ
งมี
ลั
กษณะเคารพนั
บถื
อกั
น หากทางราชการมี
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๓๔