Page 60 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒.๒ วิ
ถี
ชี
วิ
หลั
งสงครามโลกครั้
งที่
๒ – ทศวรรษ ๒๕๒๐ การขยายตั
วของการค๎
าข๎
าวและอ๎
อย ได๎
สํ
งผล
กระทบตํ
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชุ
มชนตลาดสามชุ
กอยํ
างมาก บรรยากาศอบอวลไปด๎
วยการค๎
า มี
ผู๎
คนมากหน๎
าหลายตาเข๎
มาเดิ
นขวั
กไขวํ
ในตลาด เดิ
นซื้
อเครื่
องมื
อการเกษตร เครื่
องจั
กสาน เสื้
อผ๎
า เครื่
องใช๎
ไฟฟ้
า น้ํ
ามั
นก๏
าด น้ํ
ามั
เบนซิ
น ของโชหํ
วย ของเลํ
นเด็
ก พื
ชผลการเกษตร ขนม ยา และทองคํ
า เป็
นต๎
น ภาพเกํ
าเหลํ
านี้
มั
กจะได๎
รั
บการ
บอกเลํ
าจากผู๎
ซึ่
งอยูํ
ในชํ
วงเวลาดั
งกลํ
าว เชํ
น ลุ
งอํ
าพล วี
ระบุ
ตร (๒๕๕๓) ย๎
อนอดี
ตให๎
ฟั
งวํ
“ผมเกิ
ดปี
พ.ศ. ๒๔๗๔ จาความได้
ว่
า สมั
ยนี้
มั
นไม่
เหมื
อนสมั
ยก่
อน เพราะสมั
ยก่
อนคนเยอะ
มาก อย่
างคนหนองหญ้
าไซ เขาขี่
จั
กรยานคั
นใหญ่
ๆ มาซื้
อของ ก็
เอารถฝากไว้
ที่
บ้
านผม คนต้
องมาที่
นี่
ก่
อน มี
สิ
นค้
าทุ
กอย่
าง ร้
านขายยานี้
ปิ
ดสามทุ่
มเป็
นอย่
างต่
า ร้
านทองนี่
ปิ
ดสามทุ่
มเหมื
อนกั
น ลองคิ
ดดู
ร้
านทองต่
างจั
งหวั
ปิ
ดสามทุ่
ม ขายไม่
กลั
วเลย ไม่
ต้
องมี
ไฟราวเลย เขาขายของกั
นบ้
านใครบ้
านมั
น ใครมี
ไฟหน้
าบ้
านก็
เปิ
ดกั
นสว่
าง
ไปทั้
งซอย สมั
ยก่
อนมี
หนั
งทางเรื
อ มี
โรงค้
าถ่
านเที
ยบกั
นไม่
ได้
หรอกกั
บสมั
ยนี้
ร้
านตั
ดผมนี่
อยู่
บนชั้
นสอง หายาก
นะร้
านตั
ดผมอยู่
บนชั้
นสองน่
ะ”
นอกจากความคึ
กคั
กทั่
วไปในตลาดแล๎
ว บรรยากาศที่
บริ
เวณทํ
าน้ํ
าก็
ไมํ
แพ๎
กั
น กลํ
าวคื
อ พํ
อค๎
แมํ
ค๎
า ตํ
างสาละวนกั
บการทํ
ามาค๎
าขาย จนทํ
าให๎
มี
แตํ
เสี
ยงดั
งเซ็
งแซํ
ด๎
วยสํ
าเนี
ยงสุ
พรรณ จี
น ไทย เต็
มไปหมด
บริ
เวณทํ
าน้ํ
าทั้
ง ๖ ทํ
า มี
ความคึ
กคั
กตลอดเวลา คลาคล่ํ
าไปด๎
วยผู๎
คนมากกวํ
าบริ
เวณอื่
นๆ เนื่
องจากเป็
นจุ
ดค๎
าขาย
และจุ
ดขนถํ
ายสิ
นค๎
า และผู๎
คน เชํ
น บริ
เวณทํ
าน้ํ
าศาลเจ๎
า หรื
อทํ
าเรื
อบริ
ษั
ท ซึ่
งเป็
นทํ
าหลั
กที่
ความเจริ
ญจาก
กรุ
งเทพฯ เข๎
ามาถึ
งกํ
อน โดยเฉพาะเวลาประมาณสิ
บเอ็
ดโมงครึ่
งไมํ
เกิ
นบํ
ายโมงของทุ
กวั
น เรื
อสองชั้
นสี
แดง
เลื
อดหมู
ที่
เรี
ยกวํ
า “เรื
อบริ
ษั
ทฯ จากทํ
าเตี
ยนในกรุ
งเทพฯ จะมาถึ
งทํ
าดั
งกลํ
าว จึ
งทํ
าให๎
เห็
นผู๎
โดยสารทั้
งที่
เป็
นชาว
สามชุ
ก กรุ
งเทพฯ และที่
มาจากที่
อื่
นๆ ตํ
างเดิ
นขวั
กไขวํ
และหอบข๎
าวของพะรุ
งพะรั
งบริ
เวณนั้
น ในขณะเดี
ยวกั
สิ
นค๎
าใหมํ
ที่
เพิ่
งออกวางตลาดในกรุ
งเทพฯ ก็
ได๎
ถู
กนํ
ามากั
บเรื
อบริ
ษั
ทดั
งกลํ
าวด๎
วย รวมทั้
งสิ
นค๎
า ผั
ก ผลไม๎
เฟอร์
นิ
เจอร์
แป้
ง ข๎
าวสาร น้ํ
าตาล ของทะเล เครื่
องสู
บน้ํ
า เมล็
ดพั
นธุ์
พื
ช วั
สดุ
กํ
อสร๎
าง หนั
งสื
อ แบบเรี
ยน ฯลฯ
การทามาหากิ
ดั
งได๎
กลํ
าวมาแล๎
ว ตลาดสามชุ
กในชํ
วงหลั
งสงครามโลกครั้
งที่
๒ จนถึ
ง ทศวรรษ ๒๕๒๐ มี
การ
อพยพเข๎
ามาของชาวจี
นหลากหลายอาชี
พ ซึ่
งมี
ความอดทน ขยั
น เชี่
ยวชาญ ชํ
านาญ และถนั
ดในการค๎
าขาย ทํ
าให๎
สามารถสร๎
างตั
วเป็
นเจ๎
าของกิ
จการได๎
ในเวลาอั
นรวดเร็
ว และขยายบทบาทในการเป็
นเจ๎
าของกิ
จการเพิ่
มขึ้
นเป็
ลํ
าดั
บ บางรายก็
เข๎
าไปทํ
ากิ
จการค๎
าแทนที่
คนไทยที่
อยูํ
เดิ
ม ซึ่
งในขณะนั้
นคนไทยบางกลุํ
มก็
หั
นไปประกอบอาชี
ทํ
าทํ
าถํ
าน ทํ
าข๎
าว ทํ
าไรํ
ทํ
านา แทนการค๎
าขายในตลาด คนจี
นกลุํ
มนี้
จึ
งกลายเป็
นคนกลุํ
มใหมํ
ที่
มี
บทบาททาง
การค๎
าแทนที่
คนไทยตั้
งแตํ
นั้
นมา ขณะที่
คนไทยก็
ได๎
มี
การขยั
บขยายไปทํ
ากิ
จการที่
มี
ความถนั
ดมากกวํ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๓๓