Page 245 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ไปหรื
อตํ
างคนตํ
างทํ
าก็
จะไมํ
มี
พลั
ง ยิ่
งมี
ความพร๎
อมกั
นมากเทํ
าไรก็
ยิ่
งมี
พลั
งมากเทํ
านั้
น การมี
สํ
วนรํ
วมของ
ชุ
มชนจึ
งเป็
นพื้
นฐานที่
สํ
าคั
ญคื
อรํ
วมคิ
ด รํ
วมตั
ดสิ
นใจ รํ
วมทํ
า การหลอมดวงใจของชุ
มชนให๎
เป็
นหนึ่
งเดี
ยวคื
เป้
าหมายเพื่
อการฟื้
นฟู
ชุ
มชนทั้
งด๎
านการอนุ
รั
กษ์
และเศรษฐกิ
จของชุ
มชน ในสถานการณ์
ขณะนั้
นจํ
าเป็
นต๎
องมี
ผู๎
นํ
าเพื่
อระดมสรรพกํ
าลั
งของชุ
มชน เพื่
อขั
บเคลื่
อนไปสูํ
เป้
าหมาย ถ๎
าหากได๎
ผู๎
นํ
าซึ่
งเป็
นที่
ยอมรั
บก็
จะทํ
าให๎
การ
ขั
บเคลื่
อนเป็
นไปได๎
อยํ
างรวดเร็
ว แตํ
ถ๎
าหากไมํ
ได๎
รั
บการยอมรั
บก็
จะมี
การขั
ดขวาง ไมํ
เห็
นด๎
วย ไมํ
รํ
วมงาน สิ่
เหลํ
านี้
ล๎
วนเป็
นอุ
ปสรรค การขั
บเคลื่
อนนั
บเป็
นกลไกสํ
าคั
ญที่
นํ
าไปสูํ
ความสํ
าเร็
จ แม๎
จะมี
ความคิ
ดดี
เพี
ยงใด ถ๎
ไมํ
สามารถขั
บเคลื่
อนได๎
ก็
ยากที่
จะประสบความสํ
าเร็
จ และการขั
บเคลื่
อนที่
จะประสบความสํ
าเร็
จได๎
จะต๎
องมี
“พลั
ง” ที่
เพี
ยงพอที่
จะทํ
าให๎
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง ทั้
งผู๎
นํ
าและชุ
มชนจึ
งมี
บทบาทที่
สํ
าคั
ญ ใครควรจะยื
นอยูํ
ตรงไหนทํ
าหน๎
าที่
อะไร แบํ
งกั
นไป จะทํ
างานรํ
วมกั
นได๎
อยํ
างไร งานของชุ
มชนตลาดสามชุ
กเป็
นงาน
อาสาสมั
คร ทํ
าด๎
วยใจ ไมํ
มี
คํ
าตอบแทน การบริ
หารจั
ดการมี
ข๎
อจํ
ากั
ด บั
งคั
บใครไมํ
ได๎
ไมํ
มี
การให๎
คุ
ณให๎
โทษ
ไมํ
มี
กติ
กาที่
แนํ
นอน ใครพอใจทํ
าก็
ทํ
า ใครเหนื่
อยก็
พั
ก การที่
จะให๎
ชุ
มชนมารํ
วมงาน รํ
วมมื
อ รํ
วมใจกั
น ผู๎
นํ
จะต๎
องได๎
ใจ คื
อการยอมรั
บและศรั
ทธาจากชุ
มชนกํ
อน ความรํ
วมมื
อจึ
งจะตามมา ต๎
องทํ
าด๎
วย “ใจ” คาดหวั
อะไรไมํ
ได๎
มากนั
ก บางครั้
งสิ่
งที่
คาดหวั
งก็
ไมํ
สมหวั
ง สิ่
งที่
ไมํ
คาดหวั
งก็
สมหวั
ง มี
ใจเป็
นที่
ตั้
ง ทุ
กอยํ
างมาเอง
คิ
ดดี
ทํ
าดี
ทํ
าแตํ
พอเพี
ยง ทํ
าตามกํ
าลั
งพึ่
งตนเองมากที่
สุ
ดกํ
อน ใครไมํ
ทํ
า เราทํ
า ถ๎
าคิ
ดวํ
าคนอื่
นไมํ
ทํ
า เราก็
ไมํ
ทํ
า ก็
ไมํ
สํ
าเร็
จ คนอื่
นไมํ
ทํ
าเราทํ
า เดี๋
ยวก็
เสร็
จ สิ่
งเหลํ
านี้
เป็
นการอยูํ
รํ
วมกั
น ทํ
างานรํ
วมกั
นของชุ
มชนตลาด
สามชุ
ก เป็
นการบริ
หารงานแบบยื
ดหยุํ
นไมํ
ตายตั
ว แตํ
ก็
สามารถดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมตํ
างๆ ที่
นํ
าไปสูํ
กระบวนการ
ขั
บเคลื่
อนจนประสบความสํ
าเร็
จ ประกอบด๎
วย ๑) สร๎
างกลไก ๒) ศึ
กษาดู
งาน ๓) รํ
วมเวที
สั
มมนา
๔) วิ
เคราะห์
ชุ
มชน ๕) จั
ดเวที
ประชาคม ๖) วางแผนดํ
าเนิ
นงาน ๗) เริ่
มนํ
าแผนมาปฏิ
บั
ติ
๘) ขยายผลสูํ
กิ
จกรรมตํ
อไป ๙) ขยายเครื
อขํ
าย ๑๐) ขั
บเคลื่
อนอยํ
างตํ
อเนื่
อง ๑๑) ติ
ดตาม/ประเมิ
นผล ๑๒) สรุ
ปบทเรี
ยน
กระบวนการนี้
เป็
นสิ่
งที่
เกิ
ดขึ้
นในชุ
มชนตลาดสามชุ
กในชํ
วงทศวรรษที่
ผํ
านมา เป็
นกระบวนการที่
ชุ
มชนได๎
รํ
วมกั
นสร๎
าง และนํ
ามาสรุ
ปเป็
นองค์
ความรู๎
สํ
าหรั
บชุ
มชนที่
ต๎
องการศึ
กษาเรี
ยนรู๎
ในการพลิ
กฟื้
นตลาดเกํ
าร๎
อยปี
ให๎
กลั
บมามี
ชี
วิ
ตอี
กครั้
งหนึ่
ง โดยเฉพาะตลาดเกํ
าริ
มแมํ
น้ํ
าทํ
าจี
น ซึ่
งประสบภาวะซบเซาที่
คล๎
ายคลึ
งกั
น หรื
ชุ
มชนที่
ต๎
องการพั
ฒนาในแนวทางการอนุ
รั
กษ์
ชุ
มชนแบบก๎
าวหน๎
า นอกจากนี้
ชุ
มชนยั
งพบวํ
า เมื่
อนํ
าบทเรี
ยนที่
ผํ
านมาเที
ยบกั
บองค์
ประกอบชุ
มชนที่
ประสบความสํ
าเร็
จ ในความหมายที่
ศาสตราจารย์
ประเวศ วะสี
ได๎
ให๎
ไว๎
ซึ่
งประกอบด๎
วย ๘
“ก”
นั้
นพบวํ
า ชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
คุ
ณสมบั
ติ
ทุ
กองค์
ประกอบ คื
อ ๑) แกนนํ
า ๒) กลุํ
ก๎
อน ๓) กั
ลยาณมิ
ตร ๔) กองทุ
น ๕) การบริ
หารจั
ดการ ๖) การเรี
ยนรู๎
๗) การสื่
อสาร ๘) การสนั
บสนุ
และชุ
มชนตลาดสามชุ
กยั
งสามารถตํ
อยอด ก ที่
๙ ได๎
คื
อ “กระบวนการ” ดั
งกลํ
าวข๎
างต๎
น ซึ่
งเป็
นองค์
ความรู๎
ใหมํ
ที่
ได๎
จากการศึ
กษาครั้
งนี้
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๒๐๔