Page 244 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ในการประสานการดํ
าเนิ
นงานในระดั
บท๎
องถิ่
น ถ๎
าหากชุ
มชนฯ ได๎
รั
บการสํ
งเสริ
มสนั
บสนุ
นจากภาครั
ฐมากกวํ
ที่
เป็
นอยูํ
จะชํ
วยให๎
ชุ
มชนไมํ
เหนื่
อยจนเกิ
นไป มี
แรง และสติ
ปั
ญญาที่
จะพั
ฒนาชุ
มชนให๎
เป็
นแบบอยํ
างที่
สมบู
รณ์
กวํ
านี้
ภาครั
ฐจึ
งไมํ
ควรนิ่
งนอนใจปลํ
อยให๎
ชุ
มชนทํ
ากั
นจนหมดแรงไปเอง แตํ
อยํ
างไรก็
ตามความตั้
งใจ
จริ
ง ความเพี
ยรพยายาม ความรํ
วมมื
อที่
เป็
นน้ํ
าหนึ่
งใจเดี
ยวกั
นที่
จะรั
กษามรดกทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนไว๎
อยํ
าง
รู๎
คุ
ณคํ
า เป็
นมรดกให๎
แกํ
อนุ
ชนรุํ
นหลั
ง และเป็
นสํ
วนหนึ่
งของมรดกทางวั
ฒนธรรมของชาติ
ทํ
าให๎
ได๎
รั
บการ
ยอมรั
บ และเห็
นคุ
ณคํ
าจากสิ่
งที่
ชุ
มชนได๎
รํ
วมกั
นกอบกู๎
และรั
กษามรดกทางวั
ฒนธรรมของชาติ
ไว๎
ได๎
เป็
นอยํ
างดี
จึ
งได๎
มี
องค์
กรตํ
างๆ มอบรางวั
ลให๎
มากมาย ได๎
แกํ
รางวั
ลอนุ
รั
กษ์
ศิ
ลปสถาปั
ตยกรรมดี
เดํ
น ประจํ
าปี
๒๕๔๘ ประเภทองค์
กร จากสมาคมสถาปนิ
สยามในพระบรมราชู
ปถั
มภ์
รางวั
ลชุ
มชนพั
ฒนาทํ
องเที่
ยวดี
เดํ
น จากสํ
านั
กพั
ฒนาทํ
องเที่
ยว กระทรวงการทํ
องเที่
ยวและกี
ฬา ปี
๒๕๕๐
รางวั
ลชุ
มชนดี
เดํ
นด๎
านการทํ
องเที่
ยว ในโครงการประกวดอุ
ตสาหกรรมทํ
องเที่
ยวไทย (Thailand
Tourism Awards) ปี
๒๕๕๐
รางวั
ลโลํ
คนดี
ศรี
แผํ
นดิ
น ประจํ
าปี
๒๕๕๐ จากหนั
งสื
อเส๎
นทางผู๎
นํ
าให๎
แกํ
นายพงษ์
วิ
น ชั
ยวิ
รั
ตน์
ซึ่
งเป็
นประธานของคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
รางวั
ลยกยํ
องเชิ
ดชู
เกี
ยรติ
ให๎
เป็
นสั
งคมแหํ
งการเรี
ยนรู๎
ต๎
นแบบ รุํ
นที่
๑ พ.ศ. ๒๕๕๑ จากสํ
านั
กงาน
เลขาธิ
การสภาการศึ
กษา
รางวั
ลอนุ
รั
กษ์
มรดกทางวั
ฒนธรรมในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยแปซิ
ฟิ
ก ประจํ
าปี
๒๕๕๒ ประเภทดี
(Award
of Merit) จากองค์
การการศึ
กษาวิ
ทยาศาสตร์
และวั
ฒนธรรมแหํ
งสหประชาชาติ
(UNESCO)
นอกจากแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นที่
ชุ
มชนได๎
นํ
ามาเป็
นพื้
นฐานในการฟื้
นฟู
ชุ
มชนใน
ชํ
วงแรกแล๎
ว ชุ
มชนมิ
ได๎
หยุ
ดเพี
ยงแคํ
นั้
นแตํ
ยั
งคงก๎
าวตํ
อไป ด๎
วยใจรั
กและความผู
กพั
นที่
มี
ตํ
อท๎
องถิ่
น โดยมี
เป้
าหมายที่
จะฟื้
นคื
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชนที่
รุํ
งเรื
องทางการค๎
าให๎
กลั
บมาอี
กครั้
งหนึ่
ง จากประสบการณ์
ที่
ผํ
านมาทั้
งอดี
ที่
เคยซบเซา และการรํ
วมงานกั
บสถาบั
นการศึ
กษา นั
กวิ
ชาการในการจั
ดทํ
าพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ทํ
าให๎
ชุ
มชนรู๎
ดี
วํ
าโลกได๎
เปลี่
ยนแปลงไปอยํ
างมาก จะทํ
างานเพี
ยงแคํ
อาศั
ยประสบการณ์
ที่
มี
อยูํ
คงไมํ
เพี
ยงพอ จํ
าต๎
องเรี
ยนรู๎
จากโลก
ภายนอก ชุ
มชนพยายามแสวงหาความรู๎
อยูํ
ตลอดเวลา เริ่
มจากลองผิ
ดลองถู
ก หาแนวทางกั
นเอง ด๎
วยวิ
ธี
การ
แบบเดิ
มๆ ทํ
าซ้ํ
าไมํ
เห็
นผล จนในที่
สุ
ดก็
ได๎
พบทางเลื
อกใหมํ
และเลื
อกที่
จะทดลองเดิ
นบนเส๎
นทางสายใหมํ
ด๎
วย
ความระมั
ดระวั
ง ด๎
วยความไมํ
มั่
นใจ เมื่
อทดลองทํ
างานไปได๎
ระยะหนึ่
ง ด๎
วยสั
ญชาติ
ญาณของชุ
มชนที่
ไวตํ
อการ
รั
บรู๎
ทํ
าให๎
ทราบวํ
าเดิ
นมาถู
กทางแล๎
ว จึ
งเกิ
ดความมั่
นใจและความพร๎
อมที่
จะก๎
าวตํ
อไป การก๎
าวของชุ
มชนไมํ
เหมื
อนบุ
คคลที่
สามารถก๎
าวไปเพี
ยงลํ
าพั
งได๎
การก๎
าวของชุ
มชนต๎
องก๎
าวไปพร๎
อมกั
นทั้
งหมูํ
คณะ ถ๎
าตํ
างคนตํ
าง
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๒๐๓