นอกจากนี้
ชุ
มชนฯ ยั
งได๎
เรี
ยนรู๎
วํ
าคนสามชุ
กเป็
นนั
กบุ
กเบิ
ก และก๎
าวทั
นตํ
อการเปลี่
ยนแปลงของ
สั
งคม มาทุ
กยุ
ค ทุ
กสมั
ย นั
บตั้
งแตํ
การบุ
กเบิ
กสร๎
างตลาดสามชุ
กขึ้
นมา และขยายตั
วเป็
นศู
นย์
กลางทางการค๎
าที่
สํ
าคั
ญแหํ
งหนึ่
งในแถบลุํ
มแมํ
น้ํ
าทํ
าจี
น มี
พั
ฒนาการจากสั
งคมเกษตร ก๎
าวสูํ
สั
งคมเกษตรอุ
ตสาหกรรมและในที่
สุ
ด
ก็
ถู
กกระแสการพั
ฒนาและทุ
นนิ
ยมตี
กลั
บจนตั้
งตั
วไมํ
ติ
ดล๎
มลุ
กคลุ
กคลาน
ซึ่
งชุ
มชนได้
พบว่
าการแลไปข้
างหน้
า
อย่
างเดี
ยวโดยไม่
เหลี
ยวหลั
ง ไม่
ใช่
หนทางที่
ถู
กต้
องและไม่
ยั่
งยื
น
และเมื่
อทบทวนถึ
งจุ
ดเปลี่
ยนที่
นํ
าไปสูํ
ความ
เสื่
อมในยุ
คดั
งกลํ
าวจะพบวํ
า โครงสร๎
างทางสั
งคมยุ
คนั้
นไมํ
เข๎
มแข็
ง หละหลวม ไมํ
ให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บการ
รวมกลุํ
มประชุ
มปรึ
กษาหารื
อเพื่
อหาแนวทางแก๎
ไข เมื่
อรู๎
วํ
าเส๎
นทางที่
ปู
มาสูํ
ฐานเศรษฐกิ
จของชุ
มชนกํ
าลั
งจะถู
ก
ตั
ดขาดลง แตํ
อยํ
างไรก็
ตามชุ
มชนตลาดสามชุ
กยั
งพบวํ
า แม๎
วํ
าเศรษฐกิ
จชุ
มชนฯ จะลํ
มสลาย แตํ
จิ
ตวิ
ญญาณของ
ชุ
มชนยั
งอยูํ
และจิ
ตวิ
ญญาณนี้
เองที่
ได๎
ถู
กปลุ
กขึ้
นมาอี
กครั้
งหนึ่
ง ด๎
วยจิ
ตสํ
านึ
กรั
กบ๎
านเกิ
ด กํ
อตั
วที
ละเล็
กที
ละ
น๎
อย จนเติ
บใหญํ
เกาะเกี่
ยวรํ
วมมื
อกั
นอยํ
างเข๎
มแข็
ง จนเกิ
ดเป็
นพลั
งเพี
ยงพอที่
สามารถพลิ
กฟื้
นชุ
มชนฯ ไปสูํ
การ
เปลี่
ยนแปลงตามเป้
าหมายที่
รํ
วมกั
นปั
กธงไว๎
ได๎
เป็
นผลสํ
าเร็
จ การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
นชุ
มชนฯ ครั้
งนี้
ทํ
า
ให๎
ชุ
มชนตระหนั
กดี
วํ
า ชุ
มชนเป็
นผู๎
สร๎
างประวั
ติ
ศาสตร์
ของตนเอง ทั้
งบุ
กเบิ
ก รุํ
งเรื
อง ซบเซา และฟื้
นฟู
ชาวตลาด
สามชุ
กทุ
กคนล๎
วนมี
สํ
วนรํ
วมในการดํ
าเนิ
นการมาโดยตลอด ปรากฏการณ์
ที่
สํ
าคั
ญคื
อชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ทํ
างาน
มี
เป้
าหมาย ทํ
าด๎
วยใจ สู๎
ทุ
กเรื่
อง ไมํ
เคยถอยแม๎
แตํ
เรื่
องเดี
ยว
จากประสบการณ์
ที่
ผํ
านมาทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
ความเชื่
อมั่
นในเรื่
องของพลั
งการเปลี่
ยนแปลง ดั
งเชํ
นที่
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กได๎
ลุ
กขึ้
นมากอบกู๎
สถานการณ์
ของชุ
มชนจนพ๎
นวิ
กฤต ทํ
าหน๎
าที่
เป็
นพลเมื
องที่
ดี
อาสาเข๎
ามา
ทํ
างานในฐานะเป็
นสํ
วนหนึ่
งของสั
งคม ที่
สามารถนํ
าแนวคิ
ดทฤษฎี
ตํ
างๆ มาพิ
สู
จน์
ให๎
เห็
นเป็
นรู
ปธรรมที่
จั
บต๎
อง
ได๎
ผํ
านการเรี
ยนรู๎
บทเรี
ยนที่
สํ
าคั
ญซึ่
งนํ
ามาซึ่
งการเปลี่
ยนแปลง ประสบการณ์
ดั
งกลํ
าวเป็
นสิ่
งที่
มี
คุ
ณคํ
ามิ
ควร
จํ
ากั
ดอยูํ
เฉพาะที่
ชุ
มชนหรื
อท๎
องถิ่
นเทํ
านั้
น ถ๎
าหากทุ
กฝ่
ายที่
เกี่
ยวข๎
องสามารถนํ
าประสบการณ์
เหลํ
านี้
ไปขยายผล
ในทางปฏิ
บั
ติ
ในพื้
นที่
ที่
มี
ความพร๎
อม และขยายผลอยํ
างตํ
อเนื่
องและจริ
งจั
งแล๎
ว เชื่
อวํ
าจะเกิ
ดคุ
ณู
ปการแกํ
สั
งคมไทย สะสมจนเป็
นพลั
งที่
สํ
าคั
ญและมากพอที่
จะเป็
น
คานงั
ด
ให๎
สั
งคมพ๎
นจากภั
ยคุ
กคามจากกระแสทุ
น
นิ
ยม จนสามารถเติ
บโตและพั
ฒนาอยํ
างมี
ดุ
ลยภาพได๎
นอกจากองค์
ความรู๎
ใหมํ
ที่
ชุ
มชนตลาดสามชุ
กได๎
ค๎
นพบแล๎
ว ชุ
มชนยั
งพบวํ
าในยามที่
ชุ
มชน
เคว๎
งคว๎
างไมํ
รู๎
วํ
าจะดํ
าเนิ
นการอยํ
างไรนั้
น จํ
าเป็
นต๎
องมี
“พี่
เลี้
ยง” ชํ
วยสนั
บสนุ
นแนะนํ
า เพื่
อให๎
สามารถก๎
าว
ผํ
านพ๎
นอุ
ปสรรคแตํ
ละขั้
นตอนไปได๎
สนั
บสนุ
นทั้
งด๎
านความคิ
ด การจั
ดกิ
จกรรม การอํ
านวยความสะดวก การ
ประสานงาน สนั
บสนุ
นงบประมาณบางสํ
วน เพื่
อให๎
ชุ
มชนสามารถดํ
าเนิ
นการได๎
ซึ่
งมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไท ได๎
ทํ
า
หน๎
าที่
พี่
เลี้
ยงที่
ดี
ให๎
กั
บชุ
มชนจนจบโครงการ และก็
คํ
อย ๆ ถอยออกไปเป็
นเพี
ยงที่
ปรึ
กษาให๎
ชุ
มชนดํ
าเนิ
นการตํ
อ
เอง ในระยะเวลาตํ
อมาหลั
งจากนั้
นชุ
มชนก็
ได๎
ดํ
าเนิ
นการเอง เศรษฐกิ
จของชุ
มชนเติ
บโตขึ้
นเป็
นลํ
าดั
บ มี
คนเข๎
า
มาเยี่
ยมชมจํ
านวนมาก ทั้
งจากชุ
มชนที่
ต๎
องการศึ
กษารู
ปแบบกระบวนการฟื้
นฟู
ชุ
มชน นั
กทํ
องเที่
ยวที่
นิ
ยม
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๒๐๕