๒.๒ ภู
มิ
ปั
ญญา
ในยุ
ครุํ
งเรื
องนี้
ชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ได๎
แสดงให๎
เห็
นถึ
งศั
กยภาพในการสร๎
างสรรค์
สิ่
งใหมํ
ๆให๎
กั
บ
ชุ
มชน อยํ
างมากมาย ทั้
งที่
เป็
นรู
ปธรรมและนามธรรม ได๎
แกํ
การขยายตั
วตลาดเพื่
อรองรั
บการคมนาคมทางน้ํ
าที่
เพิ่
มขึ้
น และสร๎
างทํ
าเรื
อเพิ่
มขึ้
น การบริ
หารจั
ดการธุ
รกิ
จสมั
ยใหมํ
การคิ
ดค๎
นปรั
บปรุ
งตํ
ารั
บอาหารใหมํ
ๆ เพื่
อขาย
ให๎
กั
บผู๎
โดยสารที่
ขึ้
นจากทํ
าเรื
อ แวะพั
กเพื่
อตํ
อรถโดยสารไปยั
งที่
ตํ
างๆ ซึ่
งต๎
องแวะพั
กรั
บประทานอาหารที่
ตลาด
สามชุ
ก ทํ
าให๎
มี
การแขํ
งขั
นพั
ฒนารสชาติ
อาหารให๎
ถู
กปากลู
กค๎
า การประกอบอาหารถื
อเป็
นอาชี
พหนึ่
งที่
สํ
าคั
ญที่
ได๎
สื
บสานเป็
นมรดกตกทอดมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
๓
.
ยุ
คซบเซา
(ประมาณปี
พ.ศ.๒๕๒๐ – พ.ศ. ๒๕๔
๓)
ในยุ
คนี้
เศรษฐกิ
จของชุ
มชนตลาดสามชุ
กลํ
มสลายลง คงเหลื
อแตํ
จิ
ตวิ
ญญาณ และอุ
ดมการณ์
ของคนสามชุ
กที่
อยูํ
ในพื้
นที่
ด๎
วยจิ
ตสํ
านึ
กรั
กบ๎
านเกิ
ด ในผื
นดิ
นอั
นเป็
นถิ่
นกํ
าเนิ
ดที่
อยูํ
อาศั
ย ถิ่
นทํ
ามาหาเลี้
ยงชี
พ
ที่
บรรพชนได๎
พากเพี
ยรสร๎
างเป็
นมรดกตกทอดมา ทํ
าให๎
คนในชุ
มชนตลาดสามชุ
ก (ที่
ยั
งเหลื
ออยูํ
) ลุ
กขึ้
นมาสู๎
อี
ก
ครั้
งหนึ่
ง ประกอบกั
บถู
กภั
ยตํ
าง ๆ ที่
คุ
กคามเข๎
ามาซ้ํ
าเติ
ม ทั้
งเรื่
องของที่
อยูํ
อาศั
ย การปรั
บปรุ
งถนน และการเกิ
ด
ตลาดนั
ด จึ
งกลายเป็
นฟางเส๎
นสุ
ดท๎
ายที่
ทํ
าให๎
คนในชุ
มชนไมํ
อาจนิ่
งเฉยอยูํ
ได๎
อั
ตลั
กษณ์
ตั
วตนของคนสามชุ
กที่
ไมํ
ยอมจํ
านนตํ
อปั
ญหาก็
ได๎
เริ่
มกํ
อตั
วขึ้
น โดยการจั
ดตั้
งคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
ขึ้
น ซึ่
งมี
เป้
าหมายหลั
ก ๒ ประการ ประการแรกคื
อต๎
องการฟื้
นฟู
เศรษฐกิ
จที่
ตกต่ํ
าจนถึ
งขี
ดสุ
ด ประการที่
๒ คื
อการ
คงไว๎
ซึ่
งอาคารไม๎
เกํ
าบริ
เวณซอย ๑ และซอย ๒ โดยการอนุ
รั
กษ์
ให๎
เป็
นแหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
และแหลํ
ง
เรี
ยนรู๎
ทางวั
ฒนธรรม แตํ
การจั
ดการกั
บปั
ญหาดั
งกลํ
าว เป็
นเรื่
องใหญํ
และดํ
าเนิ
นการได๎
ยาก เนื่
องจากชุ
มชนยั
ง
มองไมํ
เห็
นหนทาง แตํ
ก็
ไมํ
ละความพยายามยั
งคงเพี
ยรพยายามตํ
อไป ด๎
วยวิ
ธี
การขั้
นพื้
นฐานที่
นิ
ยมใช๎
กั
น คื
อการ
จั
ดประชุ
มซ้ํ
าแล๎
วซ้ํ
าเลํ
า ก็
ยั
งหาทางออกไมํ
ได๎
แตํ
ผลพลอยได๎
จากการประชุ
มทํ
าให๎
มี
การจั
ดงานอรํ
อยดี
ที่
สามชุ
ก
ที่
แสดงถึ
งภู
มิ
ปั
ญญาด๎
านอาหารของคนสามชุ
กที่
ขึ้
นชื่
อในเวลาตํ
อมา
ในยามที่
ตลาดสามชุ
กอยูํ
ในสภาพซบเซานั้
น จะพบวํ
าการแสดงออกซึ่
งจิ
ตวิ
ญญาณชุ
มชนคนรั
กถิ่
น
และอุ
ดมการณ์
เพื่
อสํ
วนรวมมิ
ได๎
หยุ
ดไปด๎
วย แตํ
ยั
งคงเคลื่
อนไหวอยํ
างตํ
อเนื่
อง กลุํ
มที่
มี
พลั
งขั
บเคลื่
อนที่
สํ
าคั
ญ
ในยุ
คนั้
นคื
อกลุํ
มพลั
งหนุํ
ม ที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วกั
นของคนในวั
ยทํ
างาน ที่
มี
ความคิ
ดก๎
าวหน๎
าอาสาเข๎
ามาทํ
างาน
ด๎
วยจิ
ตที่
เสี
ยสละ ไมํ
หวั
งผลประโยชน์
ตอบแทน ด๎
วยอุ
ดมการณ์
ที่
ต๎
องการชํ
วยเหลื
อสั
งคม เชํ
น การจั
ดเวรยาม
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๖๙