วิ
จั
ย ซึ่
งการวิ
จั
ยนี้
เน๎
นให๎
เป็
นการศึ
กษาวิ
จั
ยโดยชุ
มชนเอง ดั
งนั้
นกระบวนการตํ
างๆ จึ
งเป็
นการศึ
กษาโดยชุ
มชน
เริ่
มตั้
งแตํ
การสั
มภาษณ์
การรวบรวมข๎
อมู
ล จนเสร็
จสิ้
นกระบวนการวิ
จั
ย
๑.๒
กระบวนการฟื้
นฟู
ชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
การศึ
กษาวิ
จั
ยประเด็
นนี้
จํ
าเป็
นต๎
องรวบรวมข๎
อมู
ลที่
เกี่
ยวข๎
อง
ทั้
งข๎
อมู
ลจากมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทที่
ได๎
เข๎
ามารํ
วมงานกั
บคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กเชิ
งอนุ
รั
กษ์
ใน
ระยะเริ่
มแรก ข๎
อมู
ลจากการสั
มภาษณ์
คณะกรรมการ นายกเทศมนตรี
ตํ
าบลสามชุ
ก ซึ่
งเป็
นแกนนํ
าคนสํ
าคั
ญ
ตลอดจนเจ๎
าหน๎
าที่
ปฏิ
บั
ติ
การที่
เกี่
ยวข๎
อง เพื่
อให๎
เห็
นภาพและขั้
นตอนการดํ
าเนิ
นงาน ตลอดจนเทคนิ
คและวิ
ธี
การ
ที่
ใช๎
ในการกระตุ๎
น ขั
บเคลื่
อน ประสานงานในระดั
บตํ
างๆ จนประสบความสํ
าเร็
จ โดยอาศั
ยแนวคิ
ดและทฤษฎี
ที่
เกี่
ยวข๎
องอธิ
บายปรากฏการณ์
ดั
งกลํ
าว
๑.๓ แนวคิ
ดทฤษฎี
ที่
เกี่
ยวข้
อง
ที่
จะนํ
ามาอธิ
บายเพื่
อตอบโจทย์
ในเรื่
องกระบวนการฟื้
นฟู
ชุ
มชน
ตลาดสามชุ
กนี้
ประกอบด๎
วย
๓.๑๐
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ท๎
องถิ่
น
๓.๑๑
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บวั
ฒนธรรม
๓.๑๒
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บทุ
นทางสั
งคม
๓.๑๓
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บชุ
มชนเข๎
มแข็
ง
๓.๑๔
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนากั
บประชาสั
งคม
๓.๑๕
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บภาวะผู๎
นํ
า
๓.๑๖
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บท๎
องถิ่
นนิ
ยม
๓.๑๗
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
๓.๑๘
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บจิ
ตสํ
านึ
กสาธารณะ
๓.๑๙
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บแหลํ
งเรี
ยนรู๎
๒. การสั
มภาษณ์
เชิ
งลึ
ก
เครื่
องมื
อที่
ใช๎
ในเก็
บรวบรวมข๎
อมู
ล ประกอบด๎
วย การสั
มภาษณ์
ที่
มี
โครงสร๎
าง (Structured
Interview) และสั
มภาษณ์
ที่
ไมํ
มี
โครงสร๎
าง (Unstructured Interview) การสั
มภาษณ์
แบบเจาะลึ
ก (In – depth
Interview Guideline) การสั
งเกตแบบมี
สํ
วนรํ
วม (Participant Observation) การสนทนากลุํ
ม (focus group
Guideline) และการประชุ
มเชิ
งปฏิ
บั
ติ
การ (Workshop) กระบวนการดั
งกลํ
าวข๎
างต๎
น เป็
นข๎
อมู
ลสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให๎
ได๎
คํ
าตอบตามกรอบและประเด็
นการศึ
กษาวิ
จั
ย ดั
งข๎
อมู
ลตํ
อไปนี้
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๓๘
ข