Page 167 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

พฤติ
กรรม จนเกิ
ดความเข๎
าใจ ความสามั
คคี
และการปลุ
กจิ
ตสํ
านึ
กรั
กท๎
องถิ่
น ตลอดจนการเรี
ยนรู๎
รํ
วมกั
นจน
ปั
ญหาตํ
างๆได๎
รั
บการแก๎
ไขในที่
สุ
ปั
ญหาและอุ
ปสรรคในการติ
ดตํ
อสื่
อสาร ทั้
งการสื่
อสารระหวํ
างคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ด๎
วยกั
นเอง และการติ
ดตํ
อสื่
อสารระหวํ
างคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก กั
บชาวตลาดสามชุ
ก คื
อ การขาด
ความตํ
อเนื่
อง เนื่
องจากมี
เหตุ
ผลทางการเมื
องท๎
องถิ่
นเข๎
ามาแทรกแซง ประกอบกั
บคณะกรรมการฯ ขาดกิ
จกรรม
ที่
ตํ
อเนื่
อง
ทาให้
ความตื่
นตั
วและจิ
ตสานึ
กอ่
อนลง
ซึ่
งอาจสํ
งผลทํ
าให๎
ชุ
มชนอํ
อนแอลงได๎
จึ
งจํ
าเป็
นต๎
อง
ติ
ดตํ
อสื่
อสารอยํ
างตํ
อเนื่
อง ด๎
วยการสื่
อสารเพื่
อการประชาสั
มพั
นธ์
เพื่
อให๎
ชาวบ๎
านได๎
เข๎
ามามี
สํ
วนรํ
วมใน
กิ
จกรรมตลอด ทั้
งนี้
เพื่
อความยั่
งยื
นตํ
อไป
เอกสารงานวิ
จั
ยเกี่
ยวกั
บทุ
นทางสั
งคม
ณั
ฐกานต์
จิ
ตรวั
ฒนา
(๒๕๔๖) การศึ
กษาเรื่
อง พั
ฒนาการทุ
นทางสั
งคมของกลุํ
มทอผ๎
าย๎
อมสี
ธรรมชาติ
บ๎
านโป่
งดํ
า ตํ
าบลดูํ
พงษ์
อํ
าเภอสั
นติ
สุ
ข จั
งหวั
ดนํ
าน เป็
นการศึ
กษาเชิ
งคุ
ณภาพมี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
ศึ
กษาพั
ฒนาการทุ
นทางสั
งคมของกลุํ
มย๎
อมผ๎
าทอสี
ธรรมชาติ
ที่
สร๎
างเสริ
มและ / หรื
อเป็
นอุ
ปสรรคตํ
อทุ
นทาง
สั
งคมทั้
งเชิ
งบวกและเชิ
งลบ ศึ
กษาความสามารถในการนํ
าทุ
นทางสั
งคม มาเป็
นกลไกในการพั
ฒนาเพื่
อกํ
อให๎
เกิ
ความเข๎
มแข็
งและการพั
ฒนาที่
ยั่
งยื
นวิ
ธี
การศึ
กษาใช๎
วิ
ธี
เลื
อกแบบเจาะจง
ผลการศึ
กษาพบวํ
า ปั
จจั
ยที่
สํ
าคั
ญที่
สํ
งผลตํ
อกระบวนการทุ
นทางสั
งคมได๎
แกํ
ระบบคิ
ด วิ
ธี
ปฏิ
บั
ติ
ผลลั
พธ์
ผลกระทบที่
มี
ตํ
อคนในชุ
มชน และปั
จจั
ยที่
ชํ
วยให๎
กระบวนการทุ
นทางสั
งคมขั
บเคลื่
อนไปได๎
คื
อ ด๎
าน
ผู๎
นํ
า หรื
อ มนุ
ษย์
ทุ
นทางทรั
พยากรสิ่
งแวดล๎
อม ความเป็
นเครื
อญาติ
ความเชื่
อ คํ
านิ
ยม ในเรื่
องเดี
ยวกั
น ความ
เอื้
ออาทรตํ
อกั
น การชํ
วยเหลื
อกั
น ความไว๎
วางใจกั
น และกระบวนการเรี
ยนรู๎
ระหวํ
างกั
น ซึ่
งชํ
วยลดต๎
นทุ
นใน
การดํ
าเนิ
นกิ
จกรรม สํ
วนปั
จจั
ยในเชิ
งลบ ได๎
แกํ
เรื่
องของตลาด เรื่
องราคาของผลิ
ตภั
ณฑ์
ที่
กลุํ
มต๎
องการแสวงหา
กํ
าไรจากการทอผ๎
าโดยเน๎
นที่
ปริ
มาณมากกวํ
าคุ
ณภาพ ผลการดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมกลุํ
มทอผ๎
า ฯ ทํ
าให๎
ทุ
นของชุ
มชน
มากขึ้
น และกํ
อให๎
เกิ
ดพลั
งในการขั
บเคลื่
อนกิ
จกรรมของกลุํ
ม เชํ
น การที่
ชุ
มชนมี
เงิ
นออมมากขึ้
น มี
รายได๎
จาก
การทอผ๎
าเพิ่
มขึ้
น สามารถลดต๎
นทุ
นในการใช๎
วั
สดุ
ธรรมชาติ
ผลการศึ
กษายั
งพบวํ
า การสนั
บสนุ
นจากองค์
กร
ภายนอกเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ขั
บเคลื่
อนกระบวนการทุ
นทางสั
งคมให๎
สามารถดํ
าเนิ
นงานไปได๎
โดยอาศั
ยการ
ประสานความรํ
วมมื
อกั
บหนํ
วยงานจากหลาย ๆ ฝ่
าย ในลั
กษณะพหุ
ภาคี
ทํ
าให๎
กลุํ
มสามารถดํ
า เนิ
นกิ
จกรรมไป
อยํ
างตํ
อเนื่
อง นอกจากนั้
น ยั
งพบวํ
าการทอผ๎
าสามารถเป็
นสื่
อกลางในการเรี
ยนรู๎
รํ
วมกั
นของคนในชุ
มชนและ
นอกชุ
มชน ชํ
วยให๎
เกิ
ดการเรี
ยนรู๎
ที่
จะพั
ฒนาตนเอง กลุํ
ม และชุ
มชนให๎
มี
ความเข๎
มแข็
งและยั่
งยื
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๓๕