วรวุ
ฒิ
โรมรั
ตนพั
นธ์
(๒๕๔๖ : บทคั
ดยํ
อ)
ได๎
ศึ
กษาเรื่
องทุ
นทางสั
งคมในฐานะปั
จจั
ยการผลิ
ตของ
เศรษฐกิ
จชุ
มชน มี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อศึ
กษา แนวคิ
ด ทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บทุ
นทางสั
งคมของทั้
งในและตํ
างประเทศ และ
ศึ
กษาพลั
งของทุ
นทางสั
งคมทั้
งในและตํ
างประเทศ และศึ
กษาพลั
งของทุ
นทางสั
งคมในการขั
บเคลื่
อนเศรษฐกิ
จ
ของชุ
มชน โดยมี
ขอบเขตการศึ
กษาครอบคลุ
มเนื้
อหาที่
เกี่
ยวกั
บแนวคิ
ด ทฤษฎี
องค์
ความรู๎
เกี่
ยวกั
บทุ
นทางสั
งคม
รู
ปธรรมทุ
นทางสั
งคมของเศรษฐกิ
จชุ
มชน โดยศึ
กษาจากเอกสาร งานวิ
จั
ย และการสํ
ารวจใน ๓ พื้
นที่
ได๎
แกํ
ชุ
มชนบ๎
านโป่
งดํ
า จั
งหวั
ดนํ
าน ชุ
มชนคลองกระจง จั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย และชุ
มชนปลั
กไม๎
ลาย จั
งหวั
ดนครปฐม
ผลการศึ
กษาพบวํ
า ทุ
นทางสั
งคมเกิ
ดจากความรํ
วมมื
อรํ
วมใจ และความสั
มพั
นธ์
ระหวํ
างคน หรื
อ
สถาบั
นบนความไว๎
วางใจ ความเอื้
ออาทร และความชํ
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
น ในการศึ
กษาทุ
นทางสั
งคม สามารถ
ศึ
กษาได๎
จากคุ
ณภาพชี
วิ
ตที่
ดี
ของประชาชน หรื
อการเติ
บโตของเครื
อขํ
าย สํ
วนการวั
ดทุ
นทางสั
งคม มี
วิ
ธี
วั
ดทํ
า
ได๎
โดยการสั
งเกต หรื
อ การสํ
ารวจ สํ
วนระดั
บการวั
ดได๎
ระดั
บ ปั
จเจก ชุ
มชนเมื
องและประเทศ สํ
าหรั
บแนวคิ
ด
เศรษฐกิ
จชุ
มชน ผลการศึ
กษาพบวํ
า ทุ
นทางสั
งคมใช๎
พลั
งความรู๎
/ ความคิ
ด และพลั
งปั
ญญาชํ
วยขั
บเคลื่
อน
เศรษฐกิ
จชุ
มชน และยั
งพบวํ
าในฐานะที่
เป็
นปั
จจั
ยการผลิ
ต ทุ
นทางสั
งคมได๎
มี
บทบาทเพิ่
มประสิ
ทธิ
ภาพการผลิ
ต
ให๎
แกํ
ระบบเศรษฐกิ
จชุ
มชนทุ
กขั้
นตอน
นารี
รั
ตน์
หลี
นุ
กู
ล
(๒๕๕๒ : บทคั
ดยํ
อ) ได๎
ศึ
กษาเรื่
อง การพั
ฒนาหลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
น เรื่
องสามชุ
ก
ตลาดร๎
อยปี
สํ
าหรั
บนั
กเรี
ยนชํ
วงชั้
นที่
๒ สหวิ
ทยาเขตเมื
องสามชุ
ก อํ
าเภอสามชุ
ก จั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
โดยมี
ความ
มุํ
งหมาย เพื่
อพั
ฒนาหลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
น เรื่
องสามชุ
กตลาดร๎
อยปี
พบวํ
า
๑) การศึ
กษาข๎
อมู
ลพื้
นฐานพบวํ
า นโยบายของหนํ
วยงานตํ
างๆ ต๎
องการให๎
ชุ
มชนมี
สํ
วนรํ
วม
ในการบริ
หารและจั
ดกิ
จกรรมทุ
กเรื่
องทุ
กประเด็
น โดยการจั
ดกระบวนการเรี
ยนรู๎
ในชุ
มชน ตามสภาพปั
ญหา
ชุ
มชน ความต๎
องการของท๎
องถิ่
น นั
กเรี
ยน และสํ
งเสริ
มให๎
จั
ดหลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
น เพื่
อให๎
เกิ
ดกระบวนการพั
ฒนาที่
ดี
ของสั
งคม ชุ
มชนและท๎
องถิ่
นตํ
อไป สํ
วนนั
กเรี
ยนและบุ
คลากรที่
เกี่
ยวข๎
อง มี
ความต๎
องการในการพั
ฒนาหลั
กสู
ตร
เนื่
องจากหลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
นสามารถนํ
าเนื้
อหาสาระในสํ
วนที่
เกี่
ยวข๎
องมาสูํ
การศึ
กษาโดยผํ
านประสบการณ์
๒) การประเมิ
นผลและการปรั
บปรุ
งหลั
กสู
ตรพบวํ
า นั
กเรี
ยนมี
ความรู๎
ความเข๎
าใจมากขึ้
น มี
ผลสั
มฤทธิ์
ทางการเรี
ยนตามหลั
กสู
ตรท๎
องถิ่
น เรื่
องสามชุ
กตลาดร๎
อยปี
ของนั
กเรี
ยนชํ
วงชั้
นที่
๒ หลั
งการเรี
ยน
ตามหลั
กสู
ตร ที่
พั
ฒนาขึ้
นสู
งกวํ
ากํ
อนการเรี
ยนอยํ
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ ๐.๐๕ พฤติ
กรรมในการอนุ
รั
กษ์
สามชุ
กตลาดร๎
อยปี
โดยภาพรวมอยูํ
ระดั
บดี
มากนั
กเรี
ยนสามารถจั
ดทํ
าผลงานได๎
อยํ
างสวยงาม มี
ความคิ
ด
สร๎
างสรรค์
กล๎
าพู
ดกล๎
าแสดงออก มี
ความภาคภู
มิ
ใจ รั
กและหํ
วงแหน ในท๎
องถิ่
นตนเอง ด๎
านเจตคติ
ของนั
กเรี
ยน
ตํ
อสามชุ
กตลาดร๎
อยปี
อยูํ
ในระดั
บดี
มาก และหลั
กสู
ตรควรมี
การปรั
บปรุ
งระยะยาวในเรื่
องการเรี
ยนการสอนให๎
มี
ความยื
ดหยุํ
นและสอดคล๎
องกั
บเนื้
อหาสาระ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๓๖