Page 166 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ผลการศึ
กษาพบวํ
า สภาพทั่
วไปชุ
มชนตลาดสามชุ
ก ชาวบ๎
านมี
รายได๎
ดี
ขึ้
นและเปิ
ดชุ
มชนให๎
เป็
แหลํ
งทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
เป็
นผลพวงทางสั
งคมที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วของชาวบ๎
านที่
ประสบปั
ญหาทางด๎
าน
เศรษฐกิ
จด๎
านการค๎
าขาย และปั
ญหาการไลํ
รื้
อจากโครงการพั
ฒนาที่
ดิ
นราชพั
สดุ
แปลงบริ
เวณตลาดสามชุ
กเป็
อาคารพาณิ
ชย์
ของกรมธนารั
กษ์
จึ
งรวมตั
วเป็
นคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก โดยอาศั
ยฐานทรั
พยากรทาง
วั
ฒนธรรม ด๎
านสถาปั
ตยกรรม และภู
มิ
ปั
ญญาท๎
องถิ่
นทางด๎
านอาหารเป็
นต๎
นทุ
น ในการผลิ
ตกิ
จกรรมหรื
โครงการ มี
การบริ
หารจั
ดการที่
ตํ
อเนื่
องโดยตนเอง โปรํ
งใสสามารถตรวจสอบได๎
มี
ผู๎
นํ
าที่
มี
ความสามารถในการ
แก๎
ไขปั
ญหา
เฉพ
าะหน๎
าได๎
ดี
เป็
นนั
กประสานงาน เสี
ยสละ พยายามผลั
กดั
นให๎
สมาชิ
กภายในชุ
มชนมี
สํ
วนรํ
วม
เพื่
อลดโครงสร้
างทางสั
งคมในแนวดิ่
งให้
เป็
นแนวราบ
โดยอาศั
ยกลไกลการติ
ดตํ
อสื่
อสารเพื่
อสร๎
างความเข๎
าใจ
การรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นของสมาชิ
ก และเชื่
อมร๎
อยความคิ
ดเห็
นที่
แตกตํ
างหลากหลายเข๎
าด๎
วยกั
น เพื่
อสมาชิ
กได๎
เกิ
ดการเรี
ยนรู๎
รํ
วมกั
น เกิ
ดความสามั
คคี
เพื่
อพั
ฒนาชุ
มชนให๎
เข๎
มแข็
กระบวนการติ
ดตํ
อสื่
อสาร เป็
นรู
ปแบบที่
เหมาะสมกั
บสถานการณ์
และสภาพสั
งคมของชุ
มชน
เพราะจากการศึ
กษาพบวํ
า รู
ปแบบการติ
ดตํ
อสื่
อสารระหวํ
างคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
กด๎
วยกั
นเอง เป็
การติ
ดตํ
อสื่
อสารแบบสองทางที่
เป็
นทางการ ได๎
แกํ
การประชุ
มแบบมี
สํ
วนรํ
วม และการติ
ดตํ
อสื่
อสารแบบไมํ
เป็
นทางการ ได๎
แกํ
การสนทนากลุํ
มเล็
ก ซึ่
งเกิ
ดเป็
นประจํ
าทุ
กวั
โดยมี
พื้
นที่
สาธารณะเป็
นสถานที่
พบปะพู
ดคุ
ผสมผสานกั
บเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
คื
อ เครื่
องมื
อสื่
อสารเพื่
อความสะดวกรวดเร็
วและประหยั
ดเวลา
รู
ปแบบการติ
ดตํ
อสื่
อสารระหวํ
างคณะกรรมการพั
ฒนาตลาดสามชุ
ก กั
บชาวตลาดสามชุ
ก มี
การ
ติ
ดตํ
อสื่
อสาร ๒ รู
ปแบบคื
อ การติ
ดตํ
อสื่
อสารแบบทางเดี
ยวอยํ
างเป็
นทางการ โดยใช๎
สื่
อ คื
อ เสี
ยงตามสาย
ใบปลิ
ว ป้
ายผ๎
า เป็
นต๎
และการติ
ดต่
อสื่
อสารสองทางแบบไม่
เป็
นทางการ คื
อ การประชุ
มแบบมี
ส่
วนร่
วม การ
จั
ดเวที
ประชาคม การจั
ดกิ
จกรรมเพื่
อให้
ประชาชนเข้
ามามี
ส่
วนร่
วม
เชํ
น การทํ
าความสะอาดตลาด การจั
นิ
ทรรศการภาพเกํ
าเลํ
าขาน ซึ่
งเป็
นกิ
จกรรมที่
สร๎
างการตื่
นตั
วและสร๎
างจิ
ตสํ
านึ
กให๎
เกิ
ดขึ้
นกั
บชาวบ๎
าน ทํ
าให๎
ชาวบ๎
านเกิ
ดการมี
สํ
วนรํ
วมในกิ
จกรรมเหลํ
านั้
น และได๎
เรี
ยนรู๎
จากประสบการณ์
ตรง และจากการพู
ดคุ
แลกเปลี่
ยนเพื่
อรํ
วมกั
นพั
ฒนาชุ
มชนตํ
อไป
สรุ
ปได๎
วํ
า ชุ
มชนตลาดสามชุ
กมี
กระบวนการติ
ดตํ
อสื่
อสารสองทาง ซึ่
งเป็
นชํ
องทางการสื่
อสาร ที่
เปิ
ดโอกาสให๎
ผู๎
สํ
งสารและผู๎
รั
บสารสามารถพู
ดคุ
ยโต๎
ตอบซั
กถามกั
นและกั
นได๎
อยํ
างอิ
สระ มี
การถกเถี
ยงบนฐาน
ของเหตุ
ผล โดยเนื้
อหาการสนทนาเป็
นเรื่
องที่
เกี่
ยวกั
บปั
ญหาของชุ
มชนโดยอาศั
ยสื่
อบุ
คคล ซึ่
งเป็
นสื่
อที่
เข๎
าถึ
และมี
ประสิ
ทธิ
ภาพในการสร๎
างความเข๎
าใจ ผสมผสานกั
บการใช๎
สื่
อสิ่
งพิ
มพ์
สื่
ออิ
เล็
กทรอนิ
กส์
สื่
อเฉพาะกิ
จ เป็
สื่
อประชาสั
มพั
นธ์
ที่
สร๎
างการรั
บรู๎
เบื้
องต๎
น เพื่
อนํ
าไปสูํ
การเปลี่
ยนแปลงในทางด๎
านความรู๎
ความคิ
ด ทั
ศนคติ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๓๔