Page 160 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒) แหลํ
งเรี
ยนรู๎
ที่
เป็
นบุ
คคล สมาคม หมายถึ
ง บุ
คคลที่
มี
ความรู๎
ความสามารถพิ
เศษ
ผู๎
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ซึ่
งแบํ
งออกเป็
นวิ
ทยากรทั้
งในและนอกท๎
องถิ่
น ได๎
แกํ
บุ
คคลที่
มี
ความสํ
าเร็
จในการประกอบอาชี
ด๎
านธุ
รกิ
จ ด๎
านอุ
ตสาหกรรม ด๎
านการเกษตร ชํ
างฝี
มื
อ นั
กดนตรี
จิ
ตรกร นั
กกี
ฬา บุ
คคลที่
เป็
นตั
วแทนทางราชการ
ได๎
แกํ
ตํ
ารวจ ทหาร อนามั
ย พนั
กงานดั
บเพลิ
ง ศึ
กษานิ
เทศก์
พั
ฒนาการ บุ
คคลที่
เป็
นตั
วแทนองค์
กรตํ
าง ๆ ได๎
แกํ
เทศบาล นั
กการเมื
อง บุ
คคลที่
เกี่
ยวข๎
องกั
บศาสนาได๎
แกํ
พระสงฆ์
แมํ
ชี
เป็
นต๎
๓) แหลํ
งเรี
ยนรู๎
ที่
เป็
นสถานที่
สถาบั
น หนํ
วยงาน ได๎
แกํ
ห๎
องสมุ
ดประชาชน พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
หอ
ศิ
ลป์
ศู
นย์
วั
ฒนธรรม โรงเรี
ยน สถานประกอบการ วั
ดหรื
อสถานที่
ประกอบพิ
ธี
กรรมทางศาสนา ปู
ชนี
ยสถาน
ท๎
องฟ้
าจํ
าลอง สวนสั
ตว์
สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์
อุ
ทยานวิ
ทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
ศู
นย์
การกี
ฬาและ
นั
นทนาการ ตลาด สถานที่
สํ
าคั
ญทางราชการ เป็
นต๎
๔) แหลํ
งเรี
ยนรู๎
ทางด๎
านเทคโนโลยี
กิ
จกรรม วั
ฒนธรรม ประเพณี
ได๎
แกํ
โสตทั
ศนู
ปกรณ์
สื่
อสิ่
งพิ
มพ์
สื่
อสิ่
งประดิ
ษฐ์
หรื
อสิ่
งที่
แสดงความก๎
าวหน๎
าทางเทคโนโลยี
และนวั
ตกรรม วั
สดุ
อุ
ปกรณ์
ที่
เป็
เทคโนโลยี
พื้
นบ๎
าน กิ
จกรรมการเคลื่
อนไหวเพื่
อแก๎
ไขปั
ญหาและปรั
บปรุ
งสภาพตํ
าง ๆ ในท๎
องถิ่
น เชํ
น การ
รณรงค์
เพื่
อความสะอาด การสํ
งเสริ
มสนั
บสนุ
นการเลื
อกตั้
งหรื
อกระบวนการประชาธิ
ปไตยในท๎
องถิ่
วั
ฒนธรรม พิ
ธี
หรื
อประเพณี
ตํ
าง ๆ ในท๎
องถิ่
น วิ
ธี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต การละเลํ
นพื้
นเมื
อง เป็
นต๎
แหล่
งเรี
ยนรู้
ของวั
ฒนธรรมไทย
ประเทศไทยแม๎
จะมี
แหลํ
งเรี
ยนรู๎
ทางวั
ฒนธรรมกระจายอยูํ
ครอบคลุ
มไปทุ
กจั
งหวั
ดทั่
วประเทศ แตํ
ปรากฏวํ
าแหลํ
งเรี
ยนรู๎
สํ
วนใหญํ
ไมํ
สามารถให๎
ความรู๎
เรื่
องชี
วิ
ตวั
ฒนธรรม และแสดงความเป็
นตั
วตนของชุ
มชน
ได๎
อยํ
างเต็
มที่
เนื่
องมาจากปั
ญหาอุ
ปสรรคในการบริ
หารจั
ดการและการดํ
าเนิ
นงานที่
ไร๎
ทิ
ศทาง รวมถึ
งขาด
นโยบายที่
ชั
ดเจนในระดั
บชาติ
ซึ่
งมากํ
าหนดทิ
ศทางการพั
ฒนาแหลํ
งเรี
ยนรู๎
ทางวั
ฒนธรรมให๎
มี
ศั
กยภาพที่
เหมาะสม
สาหรั
บบทบาทและหน้
าที่
ของแหล่
งเรี
ยนรู้
ทางวั
ฒนธรรมดั
งนี้
๑) เป็
นสถานที่
รวบรวมและจั
ดแสดงเรื่
องราวทางวั
ฒนธรรม เปิ
ดให๎
สาธารณชนเข๎
าใช๎
โดยมี
การจั
ดสถานที่
ให๎
สามารถสื่
อความเข๎
าใจถึ
งเรื่
องที่
จั
ดแสดงและให๎
ความรู๎
ไปด๎
วยในขณะเดี
ยวกั
๒) เป็
นสถานที่
ให๎
ความรู๎
ในรู
ปแบบการศึ
กษาตามอั
ธยาศั
ยที่
หลากหลายโดยสอดคล๎
องกั
บความ
ต๎
องการของผู๎
เรี
ยนในทุ
กระดั
บและทุ
กกลุํ
มเป้
าหมาย และเหมาะสมกั
บสภาวะความพร๎
อมของแหลํ
งเรี
ยนรู๎
แตํ
ละ
พื้
นที่
๓) สร๎
างกระบวนการเรี
ยนรู๎
ได๎
ด๎
วยตนเอง โดยเสริ
มบรรยากาศการเรี
ยนรู๎
ที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บสภาพ
สั
งคม วิ
ถี
ชี
วิ
ต และสภาพทางเศรษฐกิ
จการเมื
องของแตํ
ละท๎
องถิ่
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๒๙