๓.๑๐ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บแหล่
งเรี
ยนรู้
๓.๑๐.๑ ความหมายของแหล่
งเรี
ยนรู้
สํ
านั
กงานคณะกรรมการการศึ
กษาแหํ
งชาติ
(๒๕๕๒) ได๎
กลํ
าวถึ
งแหลํ
งเรี
ยนรู๎
วํ
าเป็
น “แหลํ
งที่
รวม”
อั
นอาจเป็
นสถานที่
ศู
นย์
รวมที่
ประกอบด๎
วย ข๎
อมู
ล ขํ
าวสาร ความรู๎
และกิ
จกรรมที่
มี
กระบวนการเรี
ยนรู๎
หรื
อ
กระบวนการเรี
ยนการสอนที่
มี
รู
ปแบบแตกตํ
างจากกระบวนการเรี
ยนการสอนที่
มี
ครู
เป็
นผู๎
สอน มี
การประเมิ
น
และวั
ดผลการเรี
ยนที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะสร๎
างขึ้
นให๎
เหมาะสมกั
บการเรี
ยนรู๎
อยํ
างตํ
อเนื่
อง ไมํ
จํ
าเป็
นต๎
องเป็
นรู
ปแบบ
เดี
ยวกั
นกั
บการประเมิ
นผลในชั้
นห๎
องเรี
ยน ซึ่
งมี
การจั
ดแหลํ
งเรี
ยนรู๎
อยูํ
มากมายทั้
งที่
ภาครั
ฐและเอกชนโดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ของการจั
ดตั้
งเป็
นการเฉพาะแตกตํ
างกั
นออกไป ไมํ
วํ
าจะเป็
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
สวนพฤกษศาสตร์
หรื
อ
แม๎
แตํ
หอสมุ
ดแหํ
งชาติ
และอุ
ทยานประวั
ติ
ศาสตร์
นิ
คม ชมพู
หลวง
(๒๕๔๗) ได๎
ให๎
ความหมายของแหลํ
งเรี
ยนรู๎
วํ
า หมายถึ
ง แหลํ
งข๎
อมู
ลขํ
าวสาร
สารสนเทศ แหลํ
งเรี
ยนรู๎
วิ
ทยาการ ภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ๎
าน และประมวลประสบการณ์
อื่
นๆ ที่
สนั
บสนุ
นให๎
ผู๎
เรี
ยน
เกิ
ดกระบวนเรี
ยนรู๎
และเป็
นบุ
คคลแหํ
งการเรี
ยนรู๎
ปรี
ชา มาละวรรณโน
(๒๕๔๕) ได๎
ให๎
ความหมายแหลํ
งเรี
ยนรู๎
วํ
า หมายถึ
ง แหลํ
งที่
มี
ข๎
อมู
ล
ขํ
าวสารความรู๎
ที่
ให๎
เข๎
าไปศึ
กษาหาความรู๎
ความเข๎
าใจและความชํ
านาญ และประโยชน์
จากการใช๎
แหลํ
งเรี
ยนรู๎
มุํ
ง
สํ
งเสริ
มให๎
ผู๎
เรี
ยนแสวงหาความรู๎
และเรี
ยนรู๎
ด๎
วยตนเอง นํ
าความรู๎
ที่
ได๎
ไปพั
ฒนาตนเองและสั
งคม
พจนานุ
กรมฉบั
บราชบั
ณฑิ
ตยสถาน
(๒๕๔๖) ให๎
คํ
านิ
ยามแหลํ
งเรี
ยนรู๎
วํ
า หมายถึ
ง ถิ่
นที่
อยูํ
บริ
เวณ
บํ
อเกิ
ด แหํ
งที่
หรื
อศู
นย์
รวมความรู๎
ที่
ให๎
เข๎
าไปศึ
กษาหาความรู๎
ความเข๎
าใจ และความชํ
านาญ
เนาวรั
ตน์
ลิ
ขิ
ตวั
ฒนเศรษฐ
(๒๕๔๘: ๒๘) ได๎
ให๎
ความหมายของแหลํ
งเรี
ยนรู๎
วํ
า หมายถึ
ง ถิ่
นที่
อยูํ
บริ
เวณ บํ
อเกิ
ด แหํ
งที่
หรื
อศู
นย์
รวมความรู๎
ที่
ให๎
เข๎
าไปศึ
กษาหาความรู๎
ความเข๎
าใจ และความชํ
านาญ ซึ่
งอาจ
เป็
นไปได๎
ทั้
งสิ่
งที่
เป็
นธรรมชาติ
หรื
อสิ่
งที่
มนุ
ษย์
สร๎
างขึ้
น เป็
นได๎
ทั้
งบุ
คคล สิ่
งมี
ชี
วิ
ตและไมํ
มี
ชี
วิ
ต
๓.๑๐.๒ ความสาคั
ญของแหล่
งเรี
ยนรู้
ความสํ
าคั
ญของแหลํ
งเรี
ยนรู๎
สามารถจํ
าแนกได๎
ดั
งนี้
๑) เป็
นแหลํ
งเชื่
อมโยงให๎
สถานศึ
กษาและชุ
มชนมี
ความสั
มพั
นธ์
ใกล๎
ชิ
ดกั
นทํ
าให๎
คนในชุ
มชนมี
สํ
วนรํ
วมในการจั
ดการศึ
กษาแกํ
บุ
ตรหลานของตนเอง
๒) เป็
นแหลํ
งข๎
อมู
ลที่
ทํ
าให๎
ผู๎
เรี
ยนเกิ
ดการเรี
ยนรู๎
อยํ
างมี
ความสุ
ขเกิ
ดความสนุ
กสนานและมี
ความ
สนใจที่
จะเรี
ยนรู๎
ไมํ
เกิ
ดความเบื่
อหนํ
าย
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๒๗