ดํ
าเนิ
นการจนกระทั่
งบรรลุ
ผลสํ
าเร็
จตามวั
ตถุ
ประสงค์
และเป้
าหมายที่
กํ
าหนดไว๎
การดํ
าเนิ
นการจะเป็
นไปในทาง
ดี
หรื
อชั่
วก็
ได๎
รั
งสรรค์
ประเสริ
ฐศรี
(๒๕๔๔) กลํ
าววํ
า ภาวะผู๎
นํ
า คื
อ พฤติ
กรรมสํ
วนตั
วของบุ
คคลคนหนึ่
งที่
จะ
ชั
กนํ
ากิ
จกรรมของกลุํ
มให๎
บรรลุ
เป้
าหมายรํ
วมกั
น (Shared Goal) หรื
อเป็
นความสั
มพั
นธ์
ที่
มี
อิ
ทธิ
พลระหวํ
างผู๎
นํ
า
(Leaders) และผู๎
ตาม (Followers) ซึ่
งทํ
าให๎
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงเพื่
อให๎
บรรลุ
จุ
ดมุํ
งหมายรํ
วมกั
น (Shared
Purposes) หรื
อเป็
นความสามารถที่
จะสร๎
างความเชื่
อมั่
น และให๎
การสนั
บสนุ
นบุ
คคลเพื่
อให๎
บรรลุ
เป้
าหมาย
องค์
การ
จี
รพรรณ กาญจนะจิ
ตรา
(๒๕๔๙) กลํ
าวไว๎
วํ
า การที่
องค์
กรหรื
อหนํ
วยงานจะอยูํ
รอดหรื
อไมํ
นั้
น
ขึ้
นอยูํ
กั
บบุ
คคล ๒ ประเภท คื
อ ผู๎
ที่
ทํ
าหน๎
าที่
เป็
นหั
วหน๎
า เรี
ยกวํ
า ผู๎
นํ
า โดยทํ
าหน๎
าที่
เป็
นผู๎
นํ
าองค์
กร และอี
ก
ประเภทหนึ่
ง คื
อ ผู๎
ปฏิ
บั
ติ
ผู๎
นํ
าเป็
นผู๎
ที่
มี
พลั
งอํ
านาจ สามารถโน๎
มน๎
าวจิ
ตใจคนอื่
นให๎
ทํ
าตามโดยอาศั
ยคุ
ณงาม
ความดี
สามารถชั
กจู
งใจบุ
คคลในองค์
กรให๎
ปฏิ
บั
ติ
หน๎
าที่
ด๎
วยความเต็
มใจ โดยเกิ
ดจากความศรั
ทธา เลื่
อมใส ผู๎
นํ
า
เป็
นผู๎
ที่
มี
ความคิ
ดริ
เริ่
มสร๎
างสรรค์
ในการที่
จะนํ
าวิ
ธี
การใหมํ
ๆ มาใช๎
ในการปฏิ
บั
ติ
งาน ซึ่
งจะกํ
อให๎
เกิ
ดผลดี
ที่
จะทํ
า
ให๎
องค์
กรดํ
าเนิ
นงานสํ
าเร็
จลุ
ลํ
วงไปตามเป้
าหมายตามที่
ต๎
องการ ความสามารถในการนํ
าหรื
อภาวะผู๎
นํ
า เป็
น
คุ
ณสมบั
ติ
หรื
อทั
กษะสํ
วนตั
วของแตํ
ละบุ
คคลที่
สามารถสร๎
างขึ้
นได๎
หากได๎
รั
บการพั
ฒนาฝึ
กฝน คนที่
ทํ
าหน๎
าที่
เป็
นผู๎
นํ
านั้
นไมํ
ได๎
หมายความวํ
าเขาจะเพี
ยบพร๎
อมด๎
วยคุ
ณสมบั
ติ
และความสามารถในการนํ
าเสมอไป แตํ
ในทาง
ตรงกั
นข๎
ามใครก็
ตามที่
มี
ภาวะผู๎
นํ
าก็
หมายถึ
ง บุ
คคลนั้
นมี
ความพร๎
อมและเหมาะสมอยํ
างยิ่
งที่
จะทํ
าหน๎
าที่
เป็
นผู๎
นํ
า
๓.๖.๒ แบบของการเป็
นผู้
นา
(Patterns of Leadership)
การจํ
าแนกรู
ปแบบของการเป็
นผู๎
นํ
านั้
น อาจทํ
าได๎
หลายวิ
ธี
ด๎
วยกั
น วิ
ธี
จํ
าแนกวิ
ธี
หนึ่
งทํ
าได๎
โดยการ
ยึ
ดหลั
กความสั
มพั
นธ์
เกี่
ยวกั
บอํ
านาจหน๎
าที่
ระหวํ
างผู๎
นํ
าและสมาชิ
กภายในกลุํ
ม โดยดู
จากลั
กษณะเฉพาะที่
บุ
คคล
นํ
ามาใช๎
ในการกระทํ
าหน๎
าที่
เป็
นผู๎
นํ
าในแตํ
ละสถานการณ์
และสภาพทางสั
งคมเป็
นหลั
ก ซึ่
งอาจจะจํ
าแนกออก
ได๎
เป็
น ๓ แบบ คื
อ
๑) ผู๎
นํ
าแบบอั
ตตาธิ
ปไตย (Autocratic Leadership) ได๎
แกํ
การที่
ผู๎
นํ
าใช๎
วิ
ธี
การออกคํ
าสั่
ง บั
งคั
บ
บั
ญชา และควบคุ
มกลุํ
ม ผู๎
นํ
าดั
งกลํ
าวจะเป็
นผู๎
ตั
ดสิ
นใจในเรื่
องสํ
าคั
ญๆ เป็
นสํ
วนมาก สํ
วนการมอบหมายอํ
านาจ
หน๎
าที่
ให๎
กั
บสมาชิ
กภายในกลุํ
มมี
น๎
อยมาก ผู๎
นํ
าจะเป็
นผู๎
กํ
าหนดนโยบาย วางแผน แนะนํ
า และควบคุ
มการ
ดํ
าเนิ
นงานให๎
แกํ
สมาชิ
กภายในกลุํ
มเพื่
อความสํ
าเร็
จ ความสั
มพั
นธ์
ทางด๎
านสถานภาพในฐานะที่
เป็
นผู๎
นํ
ากลุํ
มของ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๑๙