กลํ
าวอี
กนั
ยหนึ่
งวํ
าขณะที่
รั
ฐใช๎
วิ
ธี
สร๎
างความกลั
วและตลาดมุํ
งกระตุ๎
นความอยากหรื
อความโลภ
ประชาสั
งคมอาศั
ยแรงจู
งใจที่
ตํ
างออกไปได๎
แกํ
ความไว๎
วางใจซึ่
งกั
นและกั
นอั
นจะนํ
าไปสูํ
ความรํ
วมมื
อระหวํ
าง
กั
น ทั้
งนี้
ก็
โดยการเน๎
นจุ
ดรํ
วม (ได๎
แกํ
ประโยชน์
สํ
วนตั
วหรื
อประโยชน์
สํ
วนรวม) ยิ่
งกวํ
าจะเน๎
นความตํ
างไมํ
วํ
า
จะเป็
นความตํ
างทางเพศ ศาสนา ชาติ
พั
นธุ์
อาชี
พหรื
อฐานะทางเศรษฐกิ
จ ตรงนี้
เองเป็
นจุ
ดตํ
างที่
สํ
าคั
ญระหวํ
าง
ประชาสั
งคมกั
บแนวคิ
ดอื่
น เชํ
น ชาติ
นิ
ยม ซึ่
งเน๎
นความขั
ดแย๎
งระหวํ
างเชื้
อชาติ
หรื
อฐานะทางเศรษฐกิ
จโดยที่
ทั้
ง
สองแนวคิ
ดหลั
งนอกจากให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บรั
ฐเหมื
อนกั
นแล๎
ว ยั
งพยายามทํ
าให๎
เกิ
ดความเป็
นหนึ่
งเดี
ยวกั
น
(ทางเชื้
อชาติ
และเศรษฐกิ
จ) มากกวํ
าที่
จะยอมรั
บความหลากหลายอยํ
างประชาสั
งคม
๔) ศั
กยภาพและบทบาทของปั
จเจกชน
ปั
จเจกชนในมุ
มมองของประชาสั
งคมเป็
นผู๎
ที่
เปี่
ยมด๎
วยศั
กยภาพและมี
บทบาทสํ
าคั
ญในฐานะ
ผู๎
ดํ
าเนิ
นการ (Actor) แนวคิ
ดนี้
เชื่
อมั่
นใน “พลเมื
องที่
แข็
งขั
นเอาการเอางาน” (active citizen) ขวนขวายใสํ
ใจใน
กิ
จการของสํ
วนรวม ตํ
างจากแนวคิ
ดทั่
วไปหรื
อวั
ฒนธรรมกระแสหลั
กที่
มองวํ
าประชาชนมี
หน๎
าที่
เพี
ยงออกเสี
ยง
เลื
อกตั้
งและจํ
ายภาษี
ก็
พอ สํ
วนเรื่
องการบริ
หารบ๎
านเมื
องนั้
นปลํ
อยให๎
เป็
นหน๎
าที่
ของนั
กการเมื
องที่
ชนะการ
เลื
อกตั้
ง
แนวคิ
ดนี้
เห็
นวํ
าประชาชนมี
ความสามารถในการคิ
ดสร๎
างสรรค์
และพึ่
งตนเองได๎
จึ
งไมํ
สมควร
งอมื
องอเท๎
าคอยรั
บความชํ
วยเหลื
อจากรั
ฐอยํ
างเดี
ยว ตรงกั
นข๎
ามหากอยากได๎
อะไรก็
ควรลงมื
อด๎
วยตนเองโดย
รํ
วมมื
อกั
บผู๎
อื่
นอยํ
างเสมอบํ
าเสมอไหลํ
พลเมื
องในอุ
ดมคติ
ของประชาสั
งคมคื
อ ผู๎
ที่
สามารถปกครองตนเองได๎
ซึ่
ง
หมายถึ
ง “การมี
สํ
วนรํ
วมอยํ
างกระตื
อรื
อร๎
นไมํ
ยอมรั
บการกระทํ
าของผู๎
อื่
นอยํ
างเชื่
องๆยึ
ดมั่
นในความดี
รํ
วมและ
การปกป้
องสิ
ทธิ
ของปั
จเจกบุ
คคล”
๓.๖ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บภาวะผู้
นา
๓.๖.๑ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บภาวะผู้
นา
ได๎
มี
นั
กวิ
ชาการให๎
ความหมายของภาวะผู๎
นํ
า ไว๎
ดั
งนี้
กิ
ติ
ตยั
คคานนท์
(๒๕๓๕) ได๎
ให๎
ความหมายวํ
า ภาวะผู๎
นํ
า คื
อ ศิ
ลปะหรื
อความสามารถของบุ
คคล
หนึ่
งที่
จะจู
งใจ หรื
อใช๎
อิ
ทธิ
พลตํ
อบุ
คคลอื่
น ไมํ
วํ
าจะเป็
นผู๎
รํ
วมงานหรื
อผู๎
ใต๎
บั
งคั
บบั
ญชาในสถานการณ์
ตํ
างๆ เพื่
อ
ปฏิ
บั
ติ
การและอํ
านวยการ โดยใช๎
กระบวนการสื่
อความหมายหรื
อการติ
ดตํ
อกั
นและกั
น ให๎
รํ
วมใจกั
บตน
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๑๘