๔)
มี
การลงมื
อดํ
าเนิ
นการในการแก๎
ไขปั
ญหาตํ
างๆ ที่
เกิ
ดขึ้
นอยํ
างจริ
งจั
งทํ
าให๎
ชาวบ๎
านและ
สมาชิ
กในชุ
มชนเกิ
ดความภู
มิ
ใจ และมี
ความมั่
นใจในพลั
งและความสามารถของตน หรื
อกลุํ
มของตน
๕)
ชาวบ๎
านหรื
อชุ
มชนมี
ระบบการจั
ดการด๎
านตํ
างๆ ที่
ดี
และมี
ความรอบด๎
าน(ทั้
งด๎
านการเงิ
น
บุ
คลากร องค์
กร ฯลฯ) เป็
นการแสดงให๎
เห็
นถึ
งความสามารถ ความฉลาดหลั
กแหลม และการมี
ภู
มิ
ปั
ญญาของ
ชาวบ๎
าน
๖)
โครงการหรื
อกิ
จกรรมตํ
างๆ ที่
จั
ดทํ
าขึ้
นสามารถตอบสนองตํ
อปั
ญหาและความต๎
องการ
ของสมาชิ
กหรื
อของชาวบ๎
านอยํ
างแท๎
จริ
ง
๗)
มี
การเข๎
ารํ
วมของสมาชิ
กในชุ
มชน/หมูํ
บ๎
านอยํ
างกว๎
างขวาง โดยเฉพาะอยํ
างยิ่
ง หลั
งจากที่
กิ
จกรรม หรื
อโครงการหรื
อสิ่
งที่
ชาวบ๎
านหรื
อกลุํ
มเป็
นผู๎
ริ
เริ่
มหรื
อลงมื
อทํ
านั้
นประสบผลสํ
าเร็
จ
๘)
มี
การจั
ดสรรผลประโยชน์
ตํ
างๆ ที่
เกิ
ดขึ้
นจากการดํ
าเนิ
นงานรํ
วมกั
นอยํ
างเป็
นธรรมและมี
ความเทํ
าเที
ยม
๙)
มี
ความโปรํ
งใสในเรื่
องการบริ
หารจั
ดการตํ
างๆ โดยเฉพาะอยํ
างยิ่
งด๎
านการเงิ
น นอกจากนี้
ยั
งมี
การทํ
าบั
ญชี
รายรั
บรายจํ
ายตํ
างๆ อยํ
างเป็
นระบบ สามารถตรวจสอบได๎
และมี
มาตรฐานเชื่
อถื
อได๎
๑๐) ผู๎
นํ
ามี
ศั
กยภาพ มี
ความสามารถ มี
ภู
มิ
ปั
ญญา
๑๑) ผู๎
นํ
าทํ
างานด๎
วยความเสี
ยสละ อดทน ไมํ
หวั
งผลประโยชน์
สํ
วนตน และสิ่
งที่
สํ
าคั
ญอี
ก
อยํ
างหนึ่
งผู๎
นํ
าต๎
องเป็
นผู๎
มี
จิ
ตใจเปิ
ดกว๎
าง ยอมรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นของผู๎
อื่
น และพร๎
อมที่
จะเรี
ยนรู๎
จากผู๎
อื่
นอยูํ
ตลอดเวลา และจะเห็
นวํ
าในพื้
นที่
ที่
ผู๎
นํ
าเป็
นผู๎
ที่
มี
นโยบาย มี
หลั
กการ มี
ทิ
ศทางในการพั
ฒนาอยํ
างชั
ดเจน
โดยเฉพาะอยํ
างยิ่
งนโยบายด๎
านการพั
ฒนาคนหรื
อการสํ
งเสริ
มให๎
มี
กลุํ
มหรื
อองค์
กร จะมี
ผลทํ
าให๎
ชุ
มชนมี
ความ
ตื่
นตั
ว และชาวบ๎
านมี
ความเข๎
มแข็
งมากขึ้
นเป็
นเงาตามตั
ว
๑๒) ชุ
มชนมี
ความสามั
คคี
ปรองดองกั
น ทั้
งนี้
มี
ความหมายวํ
าชุ
มชนอยูํ
ภายใต๎
เงื่
อนไขของการมี
ระบบการแบํ
งสรรผลประโยชน์
ตํ
างๆ ที่
เกิ
ดขึ้
นในชุ
มชนอยํ
างเป็
นธรรม
๑๓) มี
การศึ
กษาแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู๎
ระหวํ
างกั
นและกั
นกั
บคน/กลุํ
ม/ภาคี
อื่
นๆ อยํ
างมี
สติ
ไตรํ
ตรองรู๎
เทํ
าทั
น ทั้
งรู๎
เทํ
าทั
นตนเอง และรู๎
เทํ
าทั
นปั
ญหาการดํ
าเนิ
นการตํ
างๆ ที่
เกิ
ดขึ้
นตลอดเวลา
๑๔) มี
การปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลงข๎
อผิ
ดพลาดตํ
างๆ ของกลุํ
มหรื
อองค์
กรอยูํ
เสมอ เพื่
อให๎
สามารถตอบสนองความต๎
องการและปั
ญหาของสมาชิ
ก
๑๕) องค์
กรหรื
อคณะผู๎
บริ
หารขององค์
กร กลุํ
มมี
การรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นหรื
อการวิ
จารณ์
ตํ
างๆ
จากสมาชิ
กหรื
อชาวบ๎
าน เพื่
อนํ
ามาเป็
นแนวทางในการปรั
บปรุ
งให๎
ดี
ขึ้
น
๑๖) ชาวบ๎
านหรื
อสมาชิ
กกลุํ
มหรื
อองค์
กรในชุ
มชนได๎
รั
บหรื
อสามารถเข๎
าถึ
งขํ
าวสารข๎
อมู
ลที่
ตนเองเป็
นสมาชิ
กอยูํ
อยํ
างสม่ํ
าเสมอ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๑๐๘