Page 138 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๒)
เป็
นชุ
มชนที่
รู๎
จั
กจั
ดการตนเอง (Community Management) ซึ่
งประกอบไปด๎
วยกิ
จกรรม
สํ
าคั
ญ ๔ ประการ คื
อ การวางแผน (Planning) การจั
ดกระบวนการ (Organizing) เพื่
อเตรี
ยมคน ทุ
นดํ
าเนิ
นการ
และการลงมื
อดํ
าเนิ
นการตามแผน (Implementing) ตลอดจนการเรี
ยนรู๎
จากการประเมิ
นผล เพื่
อรั
กษาความมั่
นคง
หรื
อความเข๎
มแข็
งในการสร๎
างความก๎
าวหน๎
าให๎
กั
บชุ
มชนตนเอง
๓)
เป็
นชุ
มชนที่
มี
จิ
ตวิ
ญญาณ (Spirituality) คื
อ สมาชิ
กมี
ความรู๎
สึ
กเป็
นเจ๎
าของชุ
มชน มี
ความ
ผู
กพั
น เสี
ยสละเพื่
อชุ
มชน มี
ที่
ยึ
ดเหนี่
ยวจิ
ตใจรํ
วมกั
๔)
เป็
นชุ
มชนที่
มี
สั
นติ
ภาพ (Peaceful) เป็
นลั
กษณะของความสมดุ
ลทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม
การเมื
อง และสิ่
งแวดล๎
อม สามารถแก๎
ไขปั
ญหาของชุ
มชนได๎
ประชาชนในชุ
มชนสมั
ครสมานสามั
คคี
กั
น และอยูํ
ในชุ
มชนได๎
โดยไมํ
ต๎
องวิ
ตกกั
งวลเรื่
องปั
ญหาของชุ
มชน
สานั
กงานสภาสถาบั
นราชภั
(๒๕๔๒) ลั
กษณะของชุ
มชนเข๎
มแข็
งมี
พฤติ
กรรมโดยรวมดั
งนี้
๑)
องค์
กรทางสั
งคมเข๎
มแข็
ง หมายถึ
ง ผู๎
นํ
าชุ
มชนเข๎
มแข็
ง มี
ความสามั
คคี
รั
กษากติ
กาทาง
สั
งคมที่
รํ
วมกั
นสร๎
างขึ้
น มี
จิ
ตสํ
านึ
กถึ
งสํ
วนรวม
๒)
รํ
วมคิ
ดรํ
วมหารื
อ รํ
วมแก๎
ปั
ญหา โดยไมํ
หวั
งพึ่
งพาจากภายนอก
๓)
มี
การจั
ดองค์
กรทุ
นทางสั
งคมอยํ
างเป็
นระบบ และมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ เชํ
น กลุํ
มออมทรั
พย์
กลุํ
มอาชี
พ กลุํ
มภู
มิ
ปั
ญญา และประเพณี
กลุํ
มคุ๎
มครองทรั
พยากรท๎
องถิ่
น เป็
นต๎
๔)
มี
บทบาทสู
งในการมี
สํ
วนรํ
วมด๎
านการปกครองท๎
องถิ่
น และการดู
แลความสงบเรี
ยบร๎
อย
ของชุ
มชน
๕)
มี
กิ
จกรรมชุ
มชนอยํ
างหลากหลายรู
ปแบบและตํ
อเนื่
อง
๖)
มี
คุ
ณภาพชี
วิ
ตที่
ดี
และมี
การสื
บสานวั
ฒนธรรมของท๎
องถิ่
นอยํ
างตํ
อเนื่
อง
อรทั
ย อาจอ่
(๒๕๔๓) กลํ
าวถึ
งปั
จจั
ยที่
ทํ
าให๎
องค์
กรชุ
มชนหรื
อหมูํ
บ๎
านมี
ความเข๎
มแข็
งจากการ
วิ
จั
ยในพื้
นที่
จั
งหวั
ดนํ
าน และจั
งหวั
ดมหาสารคาม พบวํ
า ปั
จจั
ยที่
สํ
งผลตํ
อความเข๎
มแข็
งของชุ
มชนมี
ดั
งนี้
๑)
ชาวบ๎
านและผู๎
นํ
ามี
จิ
ตสํ
านึ
ก และความตระหนั
กตํ
อปั
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นในชุ
มชนหรื
อหมูํ
บ๎
าน
ของตนเอง และยั
งมองเห็
นถึ
งความสํ
าคั
ญของการที่
ต๎
องแก๎
ปั
ญหา รวมทั้
งมี
ความปรารถนาที่
จะเข๎
ามาแก๎
ปั
ญหา
ตํ
างๆ ด๎
วยตนเอง
๒)
ชาวบ๎
านหรื
อสมาชิ
กในชุ
มชนมี
ความเชื่
อมั่
นในความสามารถของตน/กลุํ
ม/องค์
กรหรื
ของชุ
มชนวํ
าสามารถแก๎
ไขปั
ญหาที่
เกิ
ดขึ้
นได๎
๓)
มี
การระดมความคิ
ดเห็
นของทุ
กฝ่
าย หรื
อมี
การเปิ
ดกว๎
างให๎
สมาชิ
กทุ
กคนในชุ
มชนได๎
เข๎
มามี
สํ
วนรํ
วมและมี
บทบาทตํ
างๆ ในทุ
กขั้
นตอน
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๑๐๗