ปั
จจั
ยเสี่
ยงตํ
าง ๆ ที่
มี
ผลตํ
อทุ
นทางสั
งคมโดยตรงและโดยอ๎
อมยั
งมี
อยูํ
มาก เชํ
น แหลํ
ง
อบายมุ
ข สุ
รา สิ่
งเสพติ
ดตํ
าง ๆ ฯลฯ ทํ
าให๎
เกิ
ดการบั่
นทอนคุ
ณคํ
าของทุ
นทางสั
งคมลงถ๎
าไมํ
มี
การจั
ดการที่
ดี
พอ
โดยเฉพาะการสร๎
างคํ
านิ
ยมฟุ้
งเฟ้
อ บริ
โภคนิ
ยม และความไมํ
ภาคภู
มิ
ใจในความเป็
นไทยและวั
ฒนธรรมไทย
ระบบอุ
ปถั
มภ์
ซึ่
งเป็
นระบบที่
ฝั
งรากลึ
กในสั
งคมไทยมาช๎
านานและนํ
าไปสูํ
ปั
ญหา
คอรั
ปชั่
นและความขั
ดแย๎
งของกลุํ
มคนตํ
าง ๆ ที่
แสวงหาความเป็
นธรรม ในขณะเดี
ยวกั
น
บทบาทภาคประชาชน
มี
มากขึ้
นตามลาดั
บจึ
งเป็
นโอกาสที่
จะปรั
บทั
ศนคติ
และพฤติ
กรรมของคนในสั
งคมเพื่
อสร้
างทุ
นทางสั
งคมที่
ดี
ต่
อ
การพั
ฒนาขึ้
นมา เช่
น การรวมกลุ่
มเพื่
อประโยชน์
ส่
วนรวม การปกป้
องคนดี
เป็
นต๎
น
เมื่
อประมวลสถานการณ์
การพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคมและแนวทางการพั
ฒนาในอนาคตแล๎
ว จะเห็
นวํ
า
สั
งคมไทยมี
ทุ
นทางสั
งคมที่
เป็
นจุ
ดแข็
งหลายประการ เชํ
น สถาบั
นพระมหากษั
ตริ
ย์
ผู๎
นํ
า ระบบเครื
อญาติ
ความ
มี
น้ํ
าใจเอื้
ออาทร ภู
มิ
ปั
ญญาและวั
ฒนธรรมที่
ดี
งาม ฯลฯ แตํ
มี
จุ
ดอํ
อนหลายประการ เชํ
นการขาดจิ
ตสํ
านึ
ก
สาธารณะ การมี
คํ
านิ
ยมที่
ฟุ้
งเฟ้
อ ให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บผลประโยชน์
สํ
วนตนมากกวํ
าการแบํ
งบั
นให๎
ผู๎
อื่
น ถ๎
าหาก
ปลํ
อยให๎
สั
งคมเติ
บโตทางกายภาพ โดยไร๎
ระบบคุ
ณคํ
าที่
ผดุ
งความดี
งามของสั
งคมไว๎
จะทํ
าให๎
จุ
ดอํ
อนกลายเป็
น
ภั
ยคุ
กคามสั
งคมสํ
วนรวมในที่
สุ
ด จุ
ดอํ
อนดั
งกลํ
าว จึ
งเป็
นเงื่
อนไขสํ
าคั
ญที่
การพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคมจะต๎
องมี
การ
ดํ
าเนิ
นงานอยํ
างจริ
งจั
ง โดยดึ
งจุ
ดเดํ
นตํ
าง ๆ ที่
ประเทศมี
อยูํ
มาใช๎
ในกระบวนการพั
ฒนา ควบคูํ
กั
บการลดจุ
ดอํ
อน
ที่
เป็
นอยูํ
ลง เพื่
อให๎
คนไทยและสั
งคมไทยสามารถปรั
บตั
วและนํ
าพาประเทศไทยสูํ
การพั
ฒนาที่
ยั่
งยื
นได๎
๓.๓.๓ การสนั
บสนุ
นให้
เกิ
ดกระบวนการพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม
๑) สร๎
างกระบวนการมี
สํ
วนรํ
วมจากทุ
กภาคสํ
วนในการกํ
าหนดประเด็
นหลั
กที่
จะใช๎
ในการ
ขั
บเคลื่
อนเรื่
องทุ
นทางสั
งคมที่
ชั
ดเจนและตรงกั
บความต๎
องการของแตํ
ละพื้
นที่
กลุํ
มเป้
าหมาย เชํ
น
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมท๎
องถิ่
น การแพทย์
แผนไทย
๒) นํ
าแบบอยํ
างที่
ดี
ในการดํ
าเนิ
นพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม (Best Practice) มาจั
ดเป็
นโครงการ
นํ
ารํ
องขยายผลในพื้
นที่
ตํ
าง ๆ ตามความเหมาะสม
๓) สํ
งเสริ
มการใช๎
ชุ
มชนเป็
นฐานในการรวบรวม วิ
จั
ย สั
งเคราะห์
และพั
ฒนาตํ
อยอด
ภู
มิ
ปั
ญญาภายใต๎
ความรํ
วมมื
อกั
บสถาบั
นการศึ
กษาทั้
งในพื้
นที่
และสํ
วนกลาง รวมทั้
งหนํ
วยงานที่
เกี่
ยวข๎
อง ได๎
ใช๎
ประโยชน์
จากเทคโนโลยี
สารสนเทศในการเชื่
อมตํ
อเครื
อขํ
ายภู
มิ
ปั
ญญาให๎
สามารถเข๎
าถึ
งได๎
สะดวกในรู
ปแบบ
ตํ
าง ๆ เชํ
น การพั
ฒนาระบบสารสนเทศภู
มิ
ปั
ญญา การจั
ดทํ
าสารานุ
กรม โฮมเพจ ฯลฯ
๔) สนั
บสนุ
นกระบวนการเสริ
มตํ
อขยายผลนํ
าภู
มิ
ปั
ญญาไปใช๎
ในทางปฏิ
บั
ติ
และพั
ฒนาอยํ
าง
ตํ
อเนื่
อง โดยนํ
ากระบวนการทางวิ
ทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
มาประยุ
กต์
ใช๎
ให๎
เหมาะสมกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตและ
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๙๘