กระบวนการผลิ
ต โดยเฉพาะการเชื่
อมตํ
อใช๎
ประโยชน์
จากนโยบายหนึ่
งตํ
าบลหนึ่
งผลิ
ตภั
ณฑ์
การพั
ฒนา
วิ
สาหกิ
จชุ
มชน การพั
ฒนาสมุ
นไพรและการแพทย์
แผนไทย และการทํ
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม
๕) ให๎
สถาบั
นการศึ
กษาเข๎
ามาชํ
วยพั
ฒนาการจั
ดการภู
มิ
ปั
ญญาที่
อยูํ
ในตั
วคน (Tacit
Knowledge) ถํ
ายทอดออกมาให๎
เป็
นความรู๎
ที่
เปิ
ดเผย (Explicit Knowledge) อยํ
างเป็
นระบบ เพื่
อพั
ฒนาขยายให๎
เกิ
ดความตํ
อเนื่
องและสร๎
างสรรค์
ยิ่
งขึ้
น
๖) ฟื้
นฟู
อนุ
รั
กษ์
และพั
ฒนา ศิ
ลปวั
ฒนธรรม ประเพณี
เอกลั
กษณ์
ความเป็
นไทย ที่
เป็
น
มรดกและคุ
ณคํ
าของท๎
องถิ่
นและของชาติ
อยํ
างเป็
นระบบ โดยมาตรการเผ ยแพรํ
อยํ
างตํ
อเนื่
องทั้
งใน
ระดั
บประเทศ และนานาชาติ
ด๎
วยระบบการศึ
กษาและสื่
อสารมวลชน
๗) สนั
บสนุ
นให๎
บ๎
าน วั
ด โรงเรี
ยน ปลู
กฝั
งและถํ
ายทอดภู
มิ
ปั
ญญา ประเพณี
ที่
ดี
งามและ
หลั
กศาสนาของคนในชุ
มชน เชํ
น การถํ
ายทอดความรู๎
จากผู๎
อาวุ
โส การใช๎
ระบบความเชื่
อของแตํ
ละภาค
จั
งหวั
ดหรื
อหลั
กธรรม มาแปลงเป็
นทุ
นทางสั
งคม
๘) ปรั
บปรุ
งการบริ
หารจั
ดการทุ
น เนื่
องจากเป็
นปั
ญหาหนึ่
งของสั
งคมไทย เพราะคนไทย
จั
ดการทุ
นของตนเองไมํ
เป็
น แตํ
ต๎
องอาศั
ยคนนอกมาชํ
วยจั
ดการ ทุ
นที่
มี
อยูํ
จึ
งถู
กนํ
ามาแปลงและนํ
าไปใช๎
ในทาง
ไมํ
เหมาะสม คนไทยหนี้
มากขึ้
น ไมํ
รู๎
จั
กอดออม วั
ตถุ
นิ
ยม ที่
ดิ
นรํ
อยหรอ ในขณะที่
การศึ
กษาไมํ
ได๎
ปลู
กฝั
งใน
เรื่
องเหลํ
านี้
๓.๓.๔ แนวทางในการพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม
๑)
ประชาคมควรเป็
นจุ
ดเริ่
มต๎
นของการพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคมในพื้
นที่
ของตน
๒) ควรมี
การค๎
นหาและสร๎
างผู๎
นํ
าที่
มี
คุ
ณธรรม มี
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งของชุ
มชน และ
สนั
บสนุ
นการสร๎
างผลงานและสรุ
ปบทเรี
ยนของชุ
มชน รวมทั้
งสํ
งเสริ
มให๎
คนในระดั
บฐานรากมี
ความเข๎
มแข็
ง
๓)
ทุ
กภาคสํ
วนในสั
งคมของแตํ
ละพื้
นที่
ควรรํ
วมมื
อกั
นในการพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม
โดยเฉพาะ อบจ. และอบต. ในพื้
นที่
ควรรํ
วมมื
อในการทํ
างานด๎
านการพั
ฒนาทุ
นทางสั
งคม โดยไมํ
เกี่
ยงกั
นใน
พื้
นที่
ที่
เป็
นปั
ญหาเหลื่
อมซ๎
อนกั
น นอกจากนี้
ในการจั
ดทํ
าแผนพั
ฒนาในพื้
นที่
ควรเน๎
นความต๎
องการของชุ
มชน
เป็
นหลั
กและเน๎
นให๎
ชุ
มชนเข๎
มแข็
งและสามารถพึ่
งตนเองได๎
๔) ควรมี
การจั
ดระเบี
ยบสั
งคมอยํ
างจริ
งจั
งและตํ
อเนื่
องในแตํ
ละพื้
นที่
๕) ควรมี
การปรั
บปรุ
ง ฟื้
นฟู
ดู
แลแหลํ
งการทํ
องเที่
ยวเชิ
งอนุ
รั
กษ์
รวมทั้
งมี
การพั
ฒนา
ระบบข๎
อมู
ลสารสนเทศด๎
านการทํ
องเที่
ยวของจั
งหวั
ด
๖)
ต๎
องยื
ดหยุํ
น ไมํ
จํ
าเป็
นต๎
องเริ่
มต๎
นจากสิ่
งใดสิ่
งหนึ่
งเสมอไป เชํ
น ไมํ
จํ
าเป็
นต๎
องเริ่
มจาก
การออมหรื
อการตั้
งองค์
กร ขึ้
นอยูํ
กั
บความพร๎
อมของแตํ
ละพื้
นที่
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๙๙