Page 127 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑) ทุ
นมนุ
ษย์
ทั้
งที่
เป็
นบุ
คคลทั่
วไปและผู๎
นํ
าทางสั
งคม เชํ
น ปราชญ์
ชาวบ๎
าน อาสาสมั
คร ฯลฯ ที่
มี
ความรั
กไว๎
เนื้
อเชื่
อใจ มี
น้ํ
าใจและเอื้
ออาทรตํ
อเพื่
อนมนุ
ษย์
มี
ความเชื่
อในระบบคุ
ณคํ
าและหลั
กศี
ลธรรมที่
ดี
เชํ
มี
คุ
ณธรรม วิ
นั
ย ความซื่
อสั
ตย์
จิ
ตสํ
านึ
กสาธารณะ ที่
จะทํ
าประโยชน์
ตํ
อสั
งคม
๒)
ทุ
นที่
เป็
นสถาบั
ตั้
งแตํ
สถาบั
นหลั
กของชาติ
ได๎
แกํ
สถาบั
นครอบครั
ว สถาบั
นศาสนา
และสถาบั
นพระมหากษั
ตริ
ย์
สถาบั
นสํ
าคั
ญในสั
งคม เชํ
น สถาบั
นการศึ
กษา สถาบั
นการเมื
อง ฯลฯ องค์
กร
ที่
ตั้
งขึ้
นมา เชํ
น องค์
กรพั
ฒนาเอกชน องค์
กรชุ
มชน องค์
กรประชาชน ภาคธุ
รกิ
จเอกชน สื่
อมวลชน ฯลฯ ที่
มี
บทบาทสนั
บสนุ
นให๎
เกิ
ดการรวมตั
ว รํ
วมคิ
ด รํ
วมทํ
าของคนในสั
งคม
๓)
ทุ
นทางภู
มิ
ปั
ญญาและวั
ฒนธรรม
ทั้
งภู
มิ
ปั
ญญาไทย ภู
มิ
ปั
ญญาท๎
องถิ่
น ศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม
ไทย จารี
ตประเพณี
ที่
ดี
งาม และสถาปั
ตยกรรมตํ
าง ๆ เชํ
น แหลํ
งประวั
ติ
ศาสตร์
โบราณสถาน เป็
นต๎
น โดยที่
ทุ
นมนุ
ษย์
ทุ
นสถาบั
น และทุ
นทางภู
มิ
ปั
ญญาและวั
ฒนธรรมดั
งกลํ
าวจะต๎
องมี
กระบวนการประสานเชื่
อมโยง
เกื้
อกู
ลกั
นให๎
เกิ
ดเป็
นทุ
นทางสั
งคม
เนื่
องจากทุ
นทั้
ง ๓ องค์
ประกอบหลั
กนั้
น เป็
นเรื่
องที่
มี
ขอบเขตกว๎
างขวางทั้
งที่
เป็
นรู
ปธรรมและ
นามธรรม และเกี่
ยวข๎
องกั
บปั
จจั
ยตํ
าง ๆ อยํ
างมาก รวมทั้
งขึ้
นอยูํ
กั
บโครงสร๎
างสั
งคม วั
ฒนธรรมของแตํ
ละพื้
นที่
และกลุํ
มเป้
าหมายที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงอยูํ
ตลอดเวลา ขณะเดี
ยวกั
น จะต๎
องพิ
จารณาเปรี
ยบเที
ยบบทบาทของ
ความเป็
นทุ
นเพื่
อสั
งคมด๎
วย
โดยทุ
นทางสั
งคมจะต้
องนาไปสู่
เป้
าหมายและผลลั
พธ์
ที่
ดี
ยกตั
วอย่
างการรวมตั
ร่
วมคิ
ด ร่
วมทาของกลุ่
มคนในพื้
นที่
หนึ่
งเพื่
อทาประโยชน์
แก่
คนในกลุ่
มของตนเอง
แตํ
สร๎
างผลกระทบทางลบ
ตํ
อสํ
วนรวมไมํ
อาจนั
บเป็
นทุ
นทางสั
งคม แตํ
ต๎
องเพิ่
มพู
นทุ
นทางสั
งคมที่
มี
อยูํ
ให๎
มากขึ้
นอกจากความหมายและประเด็
นที่
กลํ
าวมาข๎
างต๎
นแล๎
ว สํ
านั
กงานคณะกรรมการพั
ฒนาการ
เศรษฐกิ
จและสั
งคมแหํ
งชาติ
(สศช.) ได๎
ขยายเพิ่
มเติ
มวํ
า ทุ
นทางสั
งคมในบริ
บทของตํ
างประเทศสํ
วนใหญํ
ให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บความไว๎
เนื้
อเชื่
อใจ (Trust) ระบบคุ
ณคํ
า (Value) บรรทั
ดฐาน (Norms) และเครื
อขํ
าย (Network)
ของสั
งคม ซึ่
งเป็
นพื้
นฐานในการรวมกลุํ
มเพื่
อเอื้
อประโยชน์
แกํ
สมาชิ
กกลุํ
ม แตํ
สศช. พิ
จารณาวํ
า สั
งคมไทยมี
สิ่
งดี
หลายประการที่
เป็
นองค์
ประกอบเกื้
อหนุ
นให๎
เกิ
ดทุ
นสร๎
างสรรค์
สั
งคมขึ้
นมาได๎
เชํ
น ทุ
นทางภู
มิ
ปั
ญญาและ
วั
ฒนธรรม หรื
อสถาบั
นองค์
กรตํ
าง ๆ ที่
มี
อยูํ
ในสั
งคมไทย รวมไปถึ
งคนไทยที่
มี
ความรู๎
ความรั
กและจิ
ตสํ
านึ
กที่
จะทํ
าประโยชน์
เป็
นทุ
นมนุ
ษย์
เพื่
อสั
งคม เป็
นต๎
น ทั้
งนี้
หลายฝ่
ายได๎
เสนอให๎
รวมทุ
นทรั
พยากรธรรมชาติ
และ
สิ่
งแวดล๎
อมไว๎
ในทุ
นทางสั
งคมด๎
วย แตํ
สศช. เห็
นวํ
าทุ
นดั
งกลํ
าวมี
มิ
ติ
การพั
ฒนาที่
กว๎
างขวางและเชื่
อมโยงกั
การพั
ฒนาหลายด๎
าน จึ
งควรมี
การดํ
าเนิ
นงานพั
ฒนาทุ
นทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ่
งแวดล๎
อมเป็
นการเฉพาะ
สั
งคมไทยเป็
นสั
งคมที่
เปิ
ดกว๎
าง ยอมรั
บวั
ฒนธรรมและสิ่
งใหมํ
ๆ จากภายนอก และสามารถนํ
าทั้
สิ่
งใหมํ
มาผสมผสานกั
บสิ่
งเกํ
าที่
มี
อยูํ
แล๎
วปรั
บให๎
เข๎
ากั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตไทยได๎
ตลอดเวลา ทํ
าให๎
มี
ความหลากหลายทาง
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
๙๖