ลั
กษณะทั่
วไปเชํ
นนี้
สํ
งผลให๎
ชาวบ๎
านไทย “ยึ
ดถื
อเอาความสั
มพั
นธ์
ทางสายเลื
อด คื
อ ความเป็
นพี่
เป็
นน๎
อง การมี
น้ํ
าใจชํ
วยเหลื
อเกื้
อกู
ล และการประสานประโยชน์
ซึ่
งกั
นและกั
นเพื่
อความอยูํ
รอดรํ
วมกั
นของ
หมูํ
บ๎
านวํ
าเป็
นสิ่
งที่
มี
ความหมาย มี
คุ
ณคํ
า ต๎
องสื
บทอด ” กลํ
าวโดยสรุ
ป วั
ฒนธรรมไทยมี
คุ
ณลั
กษณะที่
สํ
าคั
ญ ๒
ประการ คื
อ
๑) การรั
กความอิ
สระ
๒) ความมี
น้ํ
าใจไมตรี
คนไทยชอบทํ
าอะไรตามใจ ไมํ
ชอบการบั
งคั
บกดขี่
ไมํ
ชอบการใช๎
อํ
านาจ ไมํ
ชอบรั
ฐ ขณะเดี
ยวกั
น คนไทยมี
น้ํ
าใจ ชํ
วยเหลื
อเพื่
อนมนุ
ษย์
ถื
อเป็
นพี่
เป็
นน๎
อง แบํ
งกั
นอยูํ
แบํ
งกั
นกิ
น
อยูํ
รวมเป็
นชุ
มชนขนาดเล็
ก เรี
ยกวํ
า บ๎
าน วั
ฒนธรรมชาวบ๎
านไทยเป็
น อนาธิ
ปั
ตย์
นิ
ยม (Anarchism)
ความเป็
นอนาธิ
ปั
ตย์
ของชุ
มชนหมูํ
บ๎
านไทย คื
อ การที่
ชุ
มชนหมูํ
บ๎
านไทยไมํ
รั
บอํ
านาจจากทางการ
โดยเฉพาะอยํ
างยิ่
งของอํ
านาจรั
ฐ แตํ
เน๎
นที่
การชํ
วยเหลื
อซึ่
งกั
นและกั
นในสั
งคมโดยสมั
ครใจของราษฎรธรรมดา
เน๎
นที่
การจั
ดองค์
กรตํ
างๆ ของประชาชน ของชุ
มชนในท๎
องถิ่
น รู
ปธรรมที่
อาจจะแสดงปรากฏออกมาได๎
คื
อ
ระบบสหกรณ์
ที่
ประชาชนในหมูํ
บ๎
านจั
ดกลุํ
มสานความสั
มพั
นธ์
กั
นเป็
นเครื
อขํ
ายสหกรณ์
โดยไมํ
ต๎
องหวั
งพึ่
งพิ
ง
การชํ
วยเหลื
อจากรั
ฐ
“ ในการค๎
นคว๎
าวิ
จั
ยชุ
มชนหมูํ
บ๎
านไทยในอดี
ต ทั้
งในและนอกดิ
นแดนประเทศไทย คณะของเราได๎
พบวํ
า ชุ
มชนหมูํ
บ๎
านไทยมี
ลั
กษณะตรงกั
บสั
งคมอุ
ดมคติ
ของลั
ทธิ
อนาธิ
ปั
ตย์
นิ
ยม คุ
ณลั
กษณะสํ
าคั
ญของสั
งคม
และวั
ฒนธรรมไทยในระดั
บชุ
มชนหมูํ
บ๎
านคื
อ การรั
กอิ
สระและความมี
น้ํ
าใจ คนไทยชอบทํ
าอะไรตามใจ ไมํ
ชอบการบั
งคั
บกดขี่
ขณะเดี
ยวกั
นคนไทยมี
น้ํ
าใจ ชํ
วยเหลื
อเพื่
อนมนุ
ษย์
ถื
อเป็
นพี่
เป็
นน๎
อง แบํ
งกั
นอยูํ
แบํ
งกั
น
กิ
น อยูํ
รวมเป็
นชุ
มชนขนาดเล็
กเรี
ยกวํ
า “บ๎
าน” สั
งคมและวั
ฒนธรรมชาวไทยเป็
นอนาธิ
ปั
ตย์
นิ
ยม เมื่
อค๎
นคว๎
าโยง
ไปถึ
งชุ
มชนไทยนอกประเทศ เชํ
นในรั
ฐอั
สสั
ม รั
ฐฉาน สิ
บสองปั
นนา ลาว และสิ
บสองจุ
ไท ก็
ได๎
พบ
ลั
กษณะอนาธิ
ปั
ตย์
นิ
ยมนี้
เชํ
นเดี
ยวกั
น
ต่
างจากสั
งคมและวั
ฒนธรรมจี
นและอิ
นเดี
ยที่
เป็
นระบบรวมศู
นย์
และมี
ลาดั
บขั้
นเข้
มงวดในสั
งคมตามแบบขงจื้
อและฮิ
นดู
(ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา อ๎
างใน สมบั
ติ
กุ
สุ
มาวลี
และคณะ
,๒๕๔๙)
๓.๓ แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บทุ
นทางสั
งคม
คณะกรรมการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแหํ
งชาติ
ได๎
กํ
าหนดให๎
เรื่
องทุ
นทางสั
งคม เป็
นเรื่
องหนึ่
ง
ของวาระแหํ
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๗ เนื่
องจากตระหนั
กในคุ
ณคํ
าของทุ
นทางสั
งคม ที่
มี
อยูํ
ในสั
งคมไทย ซึ่
งถื
อเป็
น
ทุ
นสํ
าคั
ญที่
มี
สํ
วนเสริ
มสร๎
างวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
ดี
ของคนในสั
งคม และชํ
วยสนั
บสนุ
นการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จ สั
งคม
การเมื
อง การปกครอง โดยเฉพาะอยํ
างยิ่
งในยามที่
เกิ
ดวิ
กฤตเศรษฐกิ
จและสั
งคม ทํ
านองเดี
ยวกั
บที่
หลาย
ประเทศ หลายองค์
กร ได๎
หั
นมาให๎
ความสํ
าคั
ญกั
บทุ
นทางสั
งคมมากขึ้
น เชํ
น OECD (The Organization for
การศึ
กษาภู
มิ
หลั
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
กระบวนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม : กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนตลาดสามชุ
ก
๙๔