Page 329 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

องค
ความรู
ศิ
ลป
นแห
งชาติ
: นายสํ
าราญ เกิ
ดผล
๓๒๓
การฝ
กดนตรี
จนก
นอั
กเสบ
ข
อมู
ล : นายพิ
ชชาณั
ฐ ตู
จิ
นดา
ท
าเสี
ยที
คู
ประชั
นได
คุ
ณครู
สํ
าราญ เกิ
ดผล เคยตี
ประชั
นกั
บนายปุ
ยต
อเนื่
องไปจนถึ
ง ๐๘.๐๐ น.
ท
านกล
าวว
า “ตี
ไปยั
นเวลา ๒ โมงเช
า” ก็
ยั
งตี
เพลงกราวในกั
นอยู
ถึ
งแม
ว
าระหว
างนั้
นได
เวลาพระ
ฉั
นภั
ตตาหารเช
าแล
วก็
ตาม คู
ประชั
นก็
ยั
งตี
เพลงอยู
โดยไม
สนใจว
าเป
นเวลาของพระสงฆ
การเรี
ยนดนตรี
ในอดี
ตกั
บป
จจุ
บั
นมี
ความแตกต
างกั
นมาก ในป
จจุ
บั
นหากสอนพื้
นฐาน
อย
างสมั
ยก
อนก็
ไม
ไหว เพราะเด็
กไม
ได
เรี
ยนดนตรี
อย
างเดี
ยว ต
องเรี
ยนวิ
ชาสามั
ญกั
นหลายวิ
ชาจึ
ใช
วิ
ธี
โบราณไม
ได
ต
องหาวิ
ธี
ทางลั
ด ที่
จริ
งแล
วอย
างนั
กเรี
ยนนั
กศึ
กษาในป
จจุ
บั
นยั
งไม
เหมาะสม
ที่
จะต
อเพลงเดี่
ยว แต
ก็
ต
องต
อให
สมั
ยก
อนกว
าจะต
อเพลงเดี่
ยวแต
ละเพลงแสนยากมาก ต
องฝ
พื้
นฐานให
ได
ให
ชํ
านาญ ครั้
งหนึ่
งั
กศึ
กษาได
เห็
นนั
กดนตรี
คนอื่
นตี
ระนาด ๒ ราง ใจอยากได
บ
างจึ
งขอต
อจากครู
ครู
ท
านก็
ว
า “รางเดี
ยวแกยั
งตี
ไม
ดี
เลย แล
วจะตี
๒ รางได
อย
างไรวะ ไม
เอา
ไม
ต
อให
ละ รางเดี
ยวก็
ยั
งตี
ไม
ได
ดี
เลย”
การเริ่
มต
นตี
ระนาดเอก
ข
อมู
ล : นางสาวกรทิ
พย
แช
มเชี
ยง
คุ
ณครู
สํ
าราญ เกิ
ดผล อธิ
บายหลั
กการตี
ระนาดเอกไว
ว
ก
อนการเริ่
มตี
ระนาดเอก หรื
อไล
มื
ให
ตรวจสอบสั
งเกตผื
นระนาด และปฏิ
บั
ติ
ดั
งนี้
ให
สั
งเกตความห
างของลู
กระนาดแต
ละลู
ก สั
งเกตความหนาของผื
น ถ
าผื
นระนาดมี
ความหนา เมื
อตี
ต
องใช
แรงมาก ถ
าผื
นระนาดบางผื
น ขณะตี
ไม
ควรตี
แรงจนเกิ
นไป เพราะจะ
ทํ
าให
ผื
นขย
ม ตะกั่
วหลุ
ด ก
อนการตี
ระนาด ควรชั่
งมื
อทั้
งสองข
างให
มี
น้ํ
าหนั
กเท
ากั
น ถ
าผื
นระนาด
ขย
มก็
แสดงว
ามื
อไม
เท
ากั
น การตี
ระนาดต
องเน
นการใช
กํ
าลั
งที่
ข
อ ส
วนที่
สั
มพั
นธ
กั
นมี
๓ ส
วน คื
ข
อมื
อ ข
อแขน
และ
หั
วไหล
การตี
ระนาดในแนวเร็
ว นั
กดนตรี
ต
องให
ลงน้ํ
าหนั
กไปอยู
ที่
ข
อทั้
ง ๓ ส
วน
โดยเฉพาะการเน
นที่
ข
อมื
อ ไม
ควรตี
ให
ถึ
งหั
วไหล
เพราะแสดงว
าตี
ไม
ไหวแล
ว มื
อกํ
าลั
งจะตาย
แต
หากตี
แนวช
า สามารถผ
อนน้ํ
าหนั
กไปที่
ข
อแขน กรณี
ตี
ไล
ระนาด ควรเริ่
มต
นจากแนวจั
งหวะ
ช
าๆ และไม
ควรอยู
ในแนวเดี
ยว ต
องค
อยๆ เพิ่
มแนวขึ้
นไป
การเรี
ยนดนตรี
ต
องขยั
ข
อมู
ล : นางสาวกรทิ
พย
แช
มเชี
ยง
คุ
ณครู
สํ
าราญ เกิ
ดผล เล
าเรื่
องการเรี
ยนดนตรี
ว
า การเรี
ยนดนตรี
ไทยในป
จจุ
บั
นมี
ความ
แตกต
างไปจากสมั
ยก
อนมาก สมั
ยก
อนเรี
ยนกั
นเป
นวั
น ต
องไล
ระนาดกั
นทุ
กวั
นตั้
งแต
เช
า สํ
าหรั
ในป
จจุ
บั
น การเรี
ยนดนตรี
ใช
เวลาเรี
ยนกั
นเป
นชั่
วโมง อย
างมากใช
เวลา ๒ ชั่
วโมง ซึ่
งมี
จํ
านวน
เวลาน
อยมาก ไม
เพี
ยงพอต
อการเรี
ยนและฝ
กฝน ควรมี
เวลามากกว
านี้
นั
กเรี
ยนดนตรี
ต
องขยั
นเรี
ยน