Page 84 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

68
สมั
ยพระเจ้
ามโหตรประเทศ เจ้
าผู
ครองนครเชี
ยงใหม่
ลาดั
บที่
5 ส่
งให้
เจ้
าแก้
วเมื
องมาซึ
งเป็
นญาติ
ให้
เป็
นแม่
กองนาไพร่
พล ช้
างต่
อ หมอคราญ ออกมาสารวจความเป็
นไปตามแนวชายแดนตะว ั
นตก
และให้
จั
บช้
างป่
าไปใช้
งานให้
กั
บเจ้
าผู
ครองนครเชี
ยงใหม่
เจ้
าแก้
วเมื
องมาได้
เดิ
นทางมาถึ
งที่
แห่
หนึ
งทางใต้
ริ
มฝั ่
งแม่
าปาย เห็
นทาเลดี
และเหมาะสมอี
กทั
งย ั
งพบหมู ่
บ้
านเล็
ก ๆ ซึ
งมี
พื
นที่
ราบริ
มน
อุ
ดมสมบู
รณ์
มี
ป่
าที่
หมู
ป่
าลงมากิ
นดิ
นโป่
งอย่
างชุ
กชุ
ม เจ้
าแก้
วเมื
องมาจึ
งรวบรวมชาวไทใหญ่
มาตั
บ้
านเรื
อนเป็
นหลั
กแหล่
งที่
นี่
และตั
งชื่
อว่
า “บ้
านโป่
งหมู
” และต่
อมาเพี
ยนเป็
น “บ้
านปางหมู
” และ
เจ้
าแก้
วเมื
องมาจึ
งได้
เรี
ยกประชุ
มผู
คนในหมู ่
บ้
านให้
เลื
อกหั
วหน้
าสาหรั
บปกครองผู
คนบ้
านโป่
งหมู
ได้
พร้
อมใจกั
นเลื
อกชาวไทใหญ่
ชื่
อพะกาหม่
องเป็
น “เหง” (คาว่
าเหง หมายถึ
ง กานั
น) เป็
ผู
ปกครองหมู ่
บ้
าน (สั
มภาษณ์
พระครู
อนุ
ยุ
ตสั
งฆกิ
จ) ต่
อมาประมาณปี
พ.ศ.2399 เกิ
ดจลาจลหั
วเมื
อง
เงี
ยวฝั ่
งตะว ั
นตกของแม่
าสาละวิ
นทาให้
ชาวไทใหญ่
จากเขตพม่
าอพยพเข้
ามาในเขตไทยมากขึ
หนึ
งในนั
นคื
อชาวไทใหญ่
จากเมื
องจ๋
ามกา(แปลเป็
นไทยว่
าจาปี
) ชื่
อ “ชานกาเล” ได้
มาอยู ่
กั
บพะกา
หม่
องที่
บ้
านโป่
งหมู
ต่
อมาชานกาเลย ้
ายไปอยู ่
ที่
“กุ
นลม” หรื
ออาเภอขุ
นยวมในปั
จจุ
บั
น ชาวบ้
าน
เห็
นว่
าชานกะเลมี
ความเฉลี
ยวฉลาดเหมาะกั
บการเป็
นผู
นา จึ
งได้
แต่
งตั
งให้
เป็
นผู
ปกครองเมื
องกุ
นลม
เป็
นคนแรก (สถาบั
นวิ
จั
ยสั
งคม, 2551: 61)
ส่
วนเหตุ
การณ์
พื
นที่
เมื
องปายในสมั
ยพระเจ้
ากาวิ
โรรสสุ
ริ
ยวงศ์
ให้
เจ้
าอุ
ปราชขนาน
ธรรมปั
ญโญมาปกครองเวี
ยงใหม่
และขยายไปย ั
งบริ
เวณด้
านทิ
ศตะว ั
นตกของน
าปาย โดยแบ่
งการ
ปกครองออกเป็
น 2 ส่
วน คื
อ เวี
ยงเหนื
อ ที่
เป็
นบ้
านเวี
ยงใหม่
และเวี
ยงใต้
ที่
อยู ่
ฝั ่
งตะว ั
นตกของน
าปาย
ในปี
พ.ศ.2400 ซึ
งในช่
วงระยะเวลาดั
งกล่
าวนี
ตรงกั
บรั
ชการที่
3 แห่
งรั
ตนโกสิ
นทร์
และในปี
พ.ศ. 2401 กลุ
มไทใหญ่
ขอสร้
างว ั
ดโป่
งเพื่
อเป็
นศู
นย์
กลาง และลั
กษณะการอพยพเข้
ามาของกลุ
มคน
จะเริ ่
มเข้
ามาในลั
กษณะสั
มปทานป่
าไม้
และเข้
ามากั
บค้
าขายในเส้
นทางค้
าว ั
วต่
างม้
าต่
าง (นุ
ชนภางค์
ชุ
มดี
, 2552:44) ในปี
พ.ศ. 2409 เจ้
าฟ้
าโกหล่
านซึ
งเป็
นเจ้
าฟ้
าหมอกใหม่
(เมื
องไทใหญ่
)อพยพหนี
สงครามเข้
ามาอาศั
ยกั
บแสนโกมและแสนโกมยกลู
กสาวให้
รวมทั
งไปตั
งบ้
านให้
ใหม่
ที่
หมู ่
บ้
าน
ขุ
นยวม(สงวน โชติ
สุ
ขรั
ตน์
, 2508) ในช่
วงปลายของสมั
ยพระเจ้
ากาวิ
โรรสสุ
ริ
ยวงศ์
ประมาณ
พ.ศ.2412-2413 เกิ
ดสงครามที่
เมื
องปาย (เมื
องขึ
นของเชี
ยงใหม่
ขณะนั
น) ซึ
งทางเชี
ยงใหม่
ยกทั
พไป
ช่
วยไม่
ทั
น กองทั
พเมื
องหมอกใหม่
(เมื
องไทใหญ่
ในพม่
า) ตี
เมื
องปายแตก แล้
วจุ
ดเพลิ
งเผาบ้
านเรื
อน
ไหม้
สิ
น กวาดต้
อนครอบครั
วเมื
องปายไปเมื
องหมอกใหม่
เหตุ
การณ์
ช่
วงนี
พอสั
นนิ
ษฐานได้
ว่
าคง
ส่
งผลทาให้
เกิ
ดการอพยพ และแตกกระจายของหมู ่
บ้
านในพื
นที่
แถบนี
เพราะเส้
นทางจากเมื
อง
ไทใหญ่
เข้
าสู ่
เมื
องปายสั
นและใกล้
สุ
ดคื
อ เส้
นทางเทื
อกเขาผ่
านมาทางเขตอาเภอขุ
นยวมในปั
จจุ
บั
(อุ
ดมลั
กษณ์
ฮุ
นตระกู
ล, 2550)