65
จากกั
นอย่
างถาวร เมื่
อบรรดาผู
้
ปกครองพื
้
นเมื
องในภู
มิ
ภาคนี
้
ยิ
นยอมให้
มี
การปั
กปั
นเขตแดนเพื่
อ
รั
กษาไว ้
ซึ
่
งผลประโยชน์
ของเจ้
าอาณานิ
คมตะว ั
นตกเท่
านั
้
น และจากการขี
ดเส้
นพรมแดนในเขต
ภู
มิ
ภาคเอเชี
ยทาให้
ชาวไทใหญ่
กระจั
ดกระจายไปในหลายประเทศ รวมทั
้
งประเทศไทยบริ
เวณ
ภาคเหนื
อที่
จั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน และกระจายอยู ่
ตามจั
งหว ั
ดเชี
ยงราย และเชี
ยงใหม่
และด้
วยเหตุ
ที่
ชาว
ไทใหญ่
กระจายอยู ่
ตามเขตชายขอบของดิ
นแดนต่
าง ๆ ในเขตภาคพื
้
นทวี
ปเอเชี
ยตะว ั
นออกเฉี
ยงใต้
ทาให้
ชาวไทใหญ่
มี
การติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บอาณาบริ
เวณโดยรอบได้
ตลอดเวลา เป็
นความสั
มพั
นธ์
ทาง
การเมื
องและทางเศรษฐกิ
จโดยจี
น พม่
า และล้
านนา ซึ
่
งเป็
นดิ
นแดนที่
ชาวไทใหญ่
มี
การติ
ดต่
อด้
วย
อย่
างสม
่
าเสมอ (สถาบั
นวิ
จั
ยสั
งคม,2551: 4-5) ในปั
จจุ
บั
นชาวไทใหญ่
กระจายเป็
นอาณาบริ
เวณ
กว ้
างขวางตั
้
งแต่
รั
ฐอั
สสั
มของอิ
นเดี
ย ทางตอนเหนื
อของพม่
า ทางตะว ั
นตกของจี
น ทางเหนื
อของ
ไทยและลาว ส่
วนประเทศไทยมี
ชาวไทใหญ่
อพยพเข้
ามาทามาหากิ
นในจั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอน เชี
ยงราย
และเชี
ยงใหม่
ส่
วนใหญ่
เพิ ่
งอพยพเข้
ามาตั
้
งถิ ่
นฐานไม่
นานนั
ก ชาวไทใหญ่
อาศั
ยอยู ่
ตามพื
้
นราบลุ
่
ม
ริ
มแม่
น
้
า ตามหุ
บเขาแต่
ละหุ
บเขามั
กตั
้
งเป็
นชุ
มชนระดั
บหมู ่
บ้
าน หากเป็
นที่
ราบในหุ
บเขาที่
กว ้
าง
ใหญ่
ก็
อาจมี
ชุ
มชนขนาดใหญ่
ก็
ตั
้
งเป็
นเมื
อง หมู ่
บ้
าน หรื
อที่
ชาวไทใหญ่
เรี
ยกว่
า “ม่
าน” หรื
อ “ว่
าน”
(บ้
าน) มี
ขนาดตั
้
งแต่
20 หลั
งคาเรื
อน และมี
ขนาดใหญ่
จนถึ
งขนาด 700-1,000 หลั
งคาเรื
อน เมื
อง
มั
กจะตั
้
งอยู ่
บริ
เวณที่
มี
หมู ่
บ้
านหลาย ๆ หมู ่
บ้
านอยู ่
ใกล้
เคี
ยงกั
นและด้
านหลั
งของเมื
องมั
กจะเป็
นเชิ
ง
เขาหั
นหน้
าเข้
าสู ่
มุ
่
งนา (สมพงศ์
วิ
ทยศั
กดิ
์
พั
นธ์
, 2544 : 7)
4.1.1.3 พั
ฒนาการทางประวั
ติ
ศาสตร์
ชาวไทใหญ่
ในจั
งหวั
ดแม่
ฮ่
องสอน
จากการศึ
กษาภาคสนามและจากการสั
งเคราะห์
จากเอกสารต่
าง ๆ ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บพั
ฒนาการทางประว ั
ติ
ศาสตร์
ของชุ
มชนไทใหญ่
ในพื
้
นที่
อาเภอเมื
อง อาเภอปาย และ
อาเภอขุ
นยวม จั
งหว ั
ดแม่
ฮ่
องสอนนั
้
น ผู
้
วิ
จั
ยจึ
งได้
แบ่
งพั
ฒนาการทางประว ั
ติ
ศาสตร์
ออกเป็
น 4 ช่
วง
ได้
แก่
ช่
วงสมั
ยอาณาจั
กรล้
านนา ช่
วงสมั
ยพม่
าปกครอง ช่
วงสมั
ยประเทศราชแห่
งสยาม และช่
วง
ของการผนวกเข้
ากรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
โดยกล่
าวถึ
งในบริ
บทของความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมและการเมื
อง
ซึ
่
งกล่
าวโดยสรุ
ปดั
งต่
อไปนี
้
1) ช่
วงสมั
ยอาณาจั
กรล้
านนา พ.ศ. 1824-2101
จากเอกสารทางประว ั
ติ
ศาสตร์
ผู
้
วิ
จั
ยเห็
นว่
า ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาว
ไทใหญ่
กั
บอาณาจั
กรล้
านนารวมถึ
งอาณาจั
กรอยุ
ธยาจะสั
มพั
นธ์
กั
นทางการเมื
อง การปกครองจาก
การทาสงครามระหว่
างกั
นจากการกวาดต้
อน การอพยพจากการขอร้
องให้
ช่
วยรบกั
บอี
กฝ่
ายหนึ
่
ง
หรื
อสมั
ครใจเข้
ามาอยู ่
เพื่
อแสวงหาผลประโยชน์
หรื
อด้
วยเหตุ
ผลใด ๆ ก็
ตาม ทาให้
ชาวไทใหญ่
ถู
ก
เ กี่
ย ว เ นื่
อ ง จ า ก บ ริ
บ ท ท า ง ป ร ะ ว ั
ติ
ศ า ส ต ร์
ข อ ง ล้
า น น า อ ย่
า ง ห ลี
ก เ ลี่
ย ง ไ ม่
ไ ด้
การตั
้
งถิ ่
นฐานและการอพยพของชาวไทใหญ่
ช่
วงสมั
ยล้
านนา จะเชื่
อมโยงกั
บตานาน และหลั
กฐาน