42
นอกจากนั
้
น ชุ
มชนเกิ
ดขึ
้
นจากการเรี
ยนรู
้
ร่
วมกั
นในประสบการณ์
ชี
วิ
ตที่
แตกต่
าง การ
ตระหนั
กในคุ
ณค่
าของความแตกต่
างซึ
่
งกั
นและกั
น (Mutual Appreciation) เป็
นชุ
มชนแบบเปิ
ดที่
เป็
นมากกว่
าทั
้
งความเป็
นปั
จเจกบุ
คคลและการกระทาร่
วม แต่
อยู ่
บนฐานของการแบ่
งปั
นซึ
่
งกั
นและ
กั
น อาจเป็
นชุ
มชนที่
เคลื่
อนที่
ที่
เกิ
ดจากการเผชิ
ญหน้
าและท้
าทายอานาจของศู
นย์
กลาง ชุ
มชนใน
ลั
กษณะนี
้
จึ
งเป็
นชุ
มชนที่
พยายามก้
าวข้
ามความเป็
นเอกภาพ (Beyond Unity) ความเป็
นเรา (We)
และอั
ตลั
กษณ์
ทางว ั
ฒนธรรม (Cultural Identity)และใช้
ประสบการณ์
ชี
วิ
ตจากการเรี
ยนรู
้
ในตั
วตน
คนอื่
น และเปิ
ดกว้
าง (Inclusion) สาหรั
บสิ ่
งหายไป /ไม่
ปรากฏ (Absence) ในการอ้
างถึ
งชุ
มชนและ
ความเป็
นชุ
มชน (Corletts อ้
างถึ
งในณฐพงศ์
จิ
ตรนิ
รั
ตน์
, 2550)
ส่
วนความเข้
มแข็
งของ
ชุ
มชนหรื
อ ชุ
มชนเข้
มแข็
ง เป็
นวาทกรรมที่
ใช้
กั
นมาอย่
างต่
อเนื่
อง
ตามความเข้
าใจโดยทั ่
วไปนั
้
น ชุ
มชนเข้
มแข็
ง จะเป็
นชุ
มชนที่
มี
ลั
กษณะความเป็
นท้
องถิ ่
นอั
นแสดงให้
เห็
นถึ
งการมี
ความสั
มพั
นธ์
ความช่
วยเหลื
อเอื
้
ออาทรระหว่
างบุ
คคล หรื
อระหว่
างกลุ
่
มคนในชุ
มชนที่
พึ
่
งพาอาศั
ยกั
นเพื่
อให้
อยู ่
รอด
ตลอดจนมี
การเรี
ยนรู
้
ซึ
่
งกั
นและกั
น จนเกิ
ดเป็
นวิ
ถี
ว ั
ฒนธรรมหรื
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตภายในชุ
มชนร่
วมกั
น
และเป็
นความสานึ
กร่
วมกั
นต่
อกิ
จกรรมต่
าง ๆ ที่
เกิ
ดขึ
้
นในชุ
มชน
ชุ
มชนเข้
มแข็
ง มาจากแนวคิ
ด สั
งคมสมานุ
ภาพ กล่
าวคื
อ สภาพสั
งคมไทยมี
ส่
วนของ
สั
งคมที่
มี
ความเข้
มแข็
งและมี
ความเชื่
อมโยงกั
นอย่
างมาก
สั
งคมไทยปั
จจุ
บั
นภาคส่
วนหลั
กของสั
งคม
ซึ
่
งก็
คื
อ
“
ภาครั
ฐ
”
และ
“
ภาคเอกชน
”
มี
ความเข้
มแข็
งและมี
ความสั
มพั
นธ์
เชื่
อมโยงกั
นอย่
างมากซึ
่
ง
ส่
งผลต่
อภาคสั
งคมหรื
อประชาชน คื
อ ทาให้
สั
งคมขาดดุ
ลยภาพและเกิ
ดความล้
าหลั
งในภาคของ
ประชาชนหรื
อภาคสั
งคม จึ
งมี
จาเป็
นอย่
างยิ ่
งที่
จะต้
องมี
การฟื
้
นฟู
ภาคนี
้
ให้
มี
ความเข้
มแข็
งและเกิ
ด
ดุ
ลยภาพที่
เรี
ยกว่
า
“
สั
งคมสมานุ
ภาพ
”
โดยเชื่
อว่
า หนทางที่
ทาได้
ก็
คื
อ การพั
ฒนาให้
เกิ
ดความ
เข้
มแข็
งที่
ชุ
มชน (ประเวศ วะสี
,
2526
)
ชุ
มชนเข้
มแข็
ง หมายถึ
ง การรวมตั
วร่
วมคิ
ดร่
วมทา เมื่
อชุ
มชนเข้
มแข็
งสามารถแก้
ปั
ญหา
เศรษฐกิ
จ จิ
ตใจ ครอบครั
ว ชุ
มชน สั
งคม ว ั
ฒนธรรม สิ ่
งแวดล้
อมและสุ
ขภาพพร้
อมกั
นไป ชุ
มชน
เป็
นผู
้
ปฏิ
บั
ติ
ว ั
ฒนธรรม ชุ
มชนเข้
มแข็
งว ั
ฒนธรรมเข้
มแข็
ง จะเกิ
ดภู
มิ
คุ
้
มกั
นจากอั
นตรายที่
มาจากทั
้
ง
ภายในและภายนอกชุ
มชน (ประเวศ วะสี
,
2549
)
ความเข้
มแข็
งของชุ
มชน หมายถึ
ง การที่
ประชาชนรวมตั
วกั
นด้
วยจิ
ตสานึ
กร่
วมกั
น มี
บทบาทและขี
ดความสามารถในการจั
ดการเรื่
องต่
าง ๆ ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของตน บนพื
้
นฐานของ
สิ
ทธิ
ร่
วมกั
นอย่
างเท่
าเที
ยม และพึ
่
งพาตนเองได้
โดยอาศั
ยกลไก กระบวนการ และกิ
จกรรม
หลากหลายที่
กลุ
่
มประชาชนจั
ดขึ
้
น ในลั
กษณะหุ
้
นส่
วนที่
เกิ
ดจากความรั
ก ความสมานฉั
นท์
และเอื
้
อ
อาทรต่
อกั
น ภายใต้
ระบบการจั
ดการที่
เชื่
อมโยงกั
นเป็
นองค์
รวม (ยิ ่
งยง ทาประเสริ
ฐ,
2552
)
และ
ความเข้
มแข็
งของชุ
มชน เป็
นความผาสุ
กปรองดองของสมาชิ
กหรื
อความมั ่
นคงย ั ่
งยื
นทางเศรษฐกิ
จ