34
2.3.3 ผลกระทบจากโลกาภิ
วั
ตน์
ต่
อสั
งคมไทย
กระแสใด ๆ ก็
ตามที่
เกิ
ดขึ
้
นในท่
ามกลางความเจริ
ญรุ
ดหน้
าของเทคโนโลยี
ที่
เกิ
ด
จาก ภู
มิ
ปั
ญญาอั
นชาญฉลาดของมนุ
ษย์
ในยุ
คโลกาภิ
ว ั
ตน์
ย่
อมมี
ทั
้
งส่
วนที่
ได้
และส่
วนที่
เสี
ยของ
ปั
จเจกชนและกลุ
่
มคนในชุ
มชนหรื
อในเมื
องของพื
้
นที่
ต่
าง ๆ ทั ่
วโลก และหากมองว่
าโลกาภิ
ว ั
ตน์
คื
อ
ยุ
คที่
มี
จุ
ดเด่
นอยู ่
ที่
การเคลื่
อนไหวโยกย ้
ายของสิ ่
งต่
าง ๆ ในลั
กษณะที่
เป็
นกระแสข้
ามชาติ
ข้
าม
พรมแดน แต่
กระแสเหล่
านี
้
ก็
ย ั
งคงต้
องอาศั
ยเมื
องต่
าง ๆ ทั ่
วโลกเป็
นจุ
ดร่
อนลงสั
มผ ั
สพื
้
นเพื่
อ
ปฏิ
บั
ติ
การอะไรบางอย่
างและถี
บทะยานเพื่
อไหลไปปฏิ
บั
ติ
การย ั
งที่
อื่
นอยู ่
ตลอดเวลา โลกาภิ
ว ั
ตน์
จึ
ง
เป็
นยุ
คที่
สั
งคมเมื
องก้
าวเข้
ามามี
บทบาทต่
อความเป็
นไปในทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรมของมนุ
ษย์
มาก
ขึ
้
น ในลั
กษณะของการเป็
นจุ
ดเชื่
อมประสานที่
คอยส่
งกระแสของสิ ่
งต่
าง ๆ ให้
กั
บระบบทุ
นนิ
ยม
ระดั
บโลก และถึ
งแม้
ระบบทุ
นนิ
ยมเป็
นปั
จจั
ยหลั
กที่
ผลั
กดั
นให้
เกิ
ดกระแสโลกาภิ
ว ั
ตน์
แต่
ผลกระทบ
ของโลกาภิ
ว ั
ตน์
ก็
ไม่
ได้
ถู
กจากั
ดให้
อยู ่
เฉพาะกั
บแวดวงเศรษฐกิ
จ ความเป็
นไปทางสั
งคมและ
ว ั
ฒนธรรมด้
านอื่
นในเมื
องก็
ล้
วนได้
รั
บผลกระทบ (ไพโรจน์
คงทวี
ศั
กดิ
์
,
2552
)
ในขณะที่
ว ั
ฒนธรรมตะว ั
นตกที่
เข้
มแข็
งกว่
า มี
พลั
งและอานาจเหนื
อกว่
าได้
เคลื่
อนตั
วเข้
ามา
กั
บเทคโนโลยี
ยุ
คใหม่
และเกิ
ดแรงปะทะกั
บว ั
ฒนธรรมและสั
งคมไทยที่
แฝงไว ้
ด้
วยความยื
ดหยุ
่
น เอื
้
อ
อาทร และอ่
อนไหวจนเกิ
ดความปั ่
นป่
วนในว ั
ฒนธรรมให้
ลื่
นไหลไปตามกระแสว ั
ฒนธรรม
ตะว ั
นตกจนอาจทาให้
ว ั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
นและภู
มิ
ปั
ญญาไทยเพลี่
ยงพล
้
าและถู
กกลื
นได้
หากไม่
ระมั
ดระว ั
งและตั
้
งสติ
ให้
ดี
สภาวการณ์
หว ั ่
นไหวในว ั
ฒนธรรมเช่
นนี
้
เป็
นเสมื
อนเป็
นการรุ
กราน
ว ั
ฒนธรรมที่
กาลั
งแพร่
กระจายจากเมื
องใหญ่
ไปสู ่
เมื
องเล็
กและชุ
มชนท้
องถิ ่
นต่
าง ๆ อย่
างรวดเร็
วจน
เกิ
ดสภาวะคล้
ายกั
บมลพิ
ษทางว ั
ฒนธรรมที่
อาจนาไปสู ่
วิ
กฤตทางว ั
ฒนธรรมและเกิ
ดการสู
ญเสี
ย
ว ั
ฒนธรรม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
อั
นดี
งามของสั
งคมไทย(วิ
สุ
ทธิ
์
ใบไม้
,
2550:43
)
นอกจากการเคลื่
อนตั
วเข้
ามาของเทคโนโลยี
ยุ
คใหม่
ที่
ทั
นสมั
ย ที่
อาจทาให้
เกิ
ดมลภาวะ
แห่
งการสู
ญเสี
ยทางว ั
ฒนธรรมแล้
ว โลกาภิ
ว ั
ตน์
ทางด้
านเศรษฐกิ
จย ั
งทาให้
เกิ
ดการปรั
บตั
วของ
ศาสนาเพื่
อให้
เข้
ากั
บลั
กษณะสั
งคมแบบบริ
โภคนิ
ยม เช่
น เน้
นคุ
ณค่
าแบบว ั
ตถุ
นิ
ยม มุ
่
งสนองความ
ต้
องการทางว ั
ตถุ
เช่
น ประสบความสาเร็
จทางธุ
รกิ
จ ร
่
ารวย สั
ญลั
กษณ์
และการบริ
การทางศาสนาถู
ก
แปรเป็
นสิ
นค้
า โดยผู
้
ซื
้
อหว ั
งว่
าจะได้
รั
บโชคหรื
อรางว ั
ลจากสิ ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
เงิ
นกลายเป็
นอุ
ปกรณ์
สาคั
ญในการบรรลุ
ความต้
องการทางศาสนา หรื
อสร้
างอั
ตลั
กษณ์
ทางศาสนา ขณะที่
ความเพี
ยรหรื
อ
การปฏิ
บั
ติ
จะไม่
ได้
รั
บความสาคั
ญ พิ
ธี
กรรมทางศาสนาจะถู
กย่
นย่
อให้
กระชั
บสั
้
นใช้
เวลาไม่
นานและ
มี
ความสะดวกมากขึ
้
น เป็
นการสนองความต้
องการของปั
จเจกชน โดยไม่
คานึ
งถึ
งว่
า หากสนอง
ความต้
องการแล้
ว จะส่
งผลกระทบต่
อผู
้
อื่
นหรื
อส่
วนรวมอย่
างไรบ้
าง(พระไพศาล วิ
สาโล, 2551: 50)