29
4. ว ั
ฒนธรรมคื
อระบบสั
ญลั
กษณ์
องค์
ประกอบของแต่
ละส่
วนมี
ความหมายและสื่
อ
ความหมายที่
ลึ
กซึ
้
ง และกว ้
างขวางกว่
าข้
อเท็
จจริ
ง เช่
น ธงมี
ความหมายกว่
าผ้
าผื
นหนึ
่
ง
5. การดาเนิ
นชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
ต้
องดาเนิ
นเป็
นกลุ
่
ม การปรั
บเปลี่
ยนสั
งคมว ั
ฒนธรรมเป็
น
การปรั
บเปลี่
ยนในกลุ
่
มมากกว่
าในระดั
บปั
จเจกบุ
คคล การสื
บทอดว ั
ฒนธรรมต้
องถ่
ายทอดจากรุ
่
น
หนึ
่
งไปอี
กรุ
่
นหนึ
่
งเป็
นกลุ
่
ม การปรั
บตั
วทางว ั
ฒนธรรมจึ
งเป็
นการปรั
บเปลี่
ยนของกลุ
่
ม
6. พฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
ยื
ดหยุ
่
นและปรั
บเปลี่
ยน ไม่
มี
พฤติ
กรรมใดที่
ไม่
สามารถ
ปรั
บเปลี่
ยนได้
เลย
7. การถ่
ายทอดว ั
ฒนธรรมจากรุ
่
นหนึ
่
งไปสู ่
รุ
่
นหนึ
่
งมี
กระบวนการและขั
้
นตอน
ข้
อคิ
ดทั
้
ง 7 ข้
อที่
กล่
าวมานี
้
หมายถึ
ง การปรั
บตั
วที่
นอกเหนื
อจากการปรั
บตั
วทางชี
วภาพ
เพื่
อความอยู ่
รอดของเผ่
าพั
นธุ
์
มนุ
ษย์
หรื
อสั
ตว์
แต่
เป็
นการตั
้
งคาถามว่
าการปรั
บตั
วนี
้
เป็
นปรากฏการณ์
ที่
เกิ
ดขึ
้
นทางธรรมชาติ
โดยสิ
้
นเชิ
ง หรื
อเป็
นสิ ่
งที่
มนุ
ษย์
สามารถกาหนดได้
ควบคุ
มและบั
งคั
บทิ
ศทาง
ได้
ปั
จจุ
บั
นคงจะต้
องยอมรั
บว่
าการปรั
บตั
วนี
้
เป็
นสิ ่
งจาเป็
น แต่
มนุ
ษย์
สามารถควบคุ
มได้
ในมุ
มมองของผู
้
วิ
จั
ย การปรั
บตั
วเริ ่
มจากตั
วบุ
คคลในเรื่
องที่
ถู
กผลกระทบจากสิ ่
ง
หลากหลายในวิ
ถี
ชี
วิ
ต ที่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลในบริ
บทต่
าง ๆ แล้
วเชื่
อมโยงไปถึ
งกลุ
่
มคน ตลอดถึ
งชุ
มชน
ที่
พร้
อมใจกั
นยอมรั
บหรื
อคล้
อยตาม โดยไม่
คิ
ดที่
จะต่
อต้
านกั
บสิ ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นในเรื่
องหรื
อกิ
จกรรม
นั
้
น ๆ หรื
ออาจจะมี
ข้
อขั
ดแย ้
งอยู ่
บ้
าง แต่
สามารถปรั
บตั
วเองให้
เข้
ากั
บสิ ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นหรื
อที่
ได้
รั
บ และ
สิ ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นใหม่
จากการปรั
บตั
วล้
วนมี
ความความสั
มพั
นธ์
กั
นกั
บสิ ่
งที่
มี
อยู ่
เดิ
ม
2.2.5.3 การผสมผสานทางวั
ฒนธรรม (Assimilation)
การผสมผสานทางว ั
ฒนธรรม เป็
นกระบวนการที่
ว ั
ฒนธรรมหรื
อบุ
คคล
หรื
อกลุ
่
มที่
ต่
างว ั
ฒนธรรมกั
นมาผสมกลมกลื
นเข้
าเป็
นหน่
วยเดี
ยวที่
ประสานกั
น โดยไม่
จาเป็
นที่
แต่
ละหน่
วยเดิ
มนั
้
นจะต้
องกลายมามี
ลั
กษณะเหมื
อนกั
นโดยตลอด เพี
ยงแต่
ให้
มี
การดั
ดแปลงจนไม่
เห็
น
ลั
กษณะเดิ
ม เพื่
อให้
เข้
ากั
นได้
กั
บหน่
วยอื่
น ๆ และรวมกั
นแล้
วเป็
นหน่
วยว ั
ฒนธรรมใหม่
ตามปกติ
หน่
วยของว ั
ฒนธรรมที่
จานวนน้
อยย่
อมปรั
บลั
กษณะให้
คล้
อยตามหน่
วยของว ั
ฒนธรรมที่
มี
มากกว่
า
(ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน, 224:7)
Richard M.Burkey ,1978 (อ้
างในศิ
ริ
รั
ตน์
แอดสกุ
ล, 2542:15) กล่
าวไว ้
ในเรื่
อง
กระบวนการผสมกลมกลื
น ว่
า จะต้
องเกิ
ดจาก 2 ฝ่
ายคื
อ เกิ
ดจากชนกลุ
่
มน้
อยเองและชนกลุ
่
มใหญ่
เพราะเมื่
อชนกลุ
่
มน้
อยต้
องอาศั
ยอยู ่
อย่
างถาวรในประเทศนั
้
น ๆ ก็
จาเป็
นต้
องประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ตาม
ค่
านิ
ยมบรรทั
ดฐาน กฎระเบี
ยบต่
าง ๆ ที่
สั
งคมใหญ่
บั
ญญั
ติ
ขึ
้
น ชนกลุ
่
มใหญ่
ซึ
่
งเป็
นเจ้
าของประเทศก็
ต้
องสร้
างกฎเกณฑ์
ขึ
้
นเพื่
อสร้
างจิ
ตสานึ
กและความรู
้
สึ
กของชนกลุ
่
มน้
อยให้
เกิ
ดความรู
้
สึ
กว่
าเป็
น
พวกเดี
ยวกั
น กระบวนการต่
าง ๆ ที่
เกิ
ดขึ
้
นในการสร้
างความผสมกลมกลื
นจะต้
องมี
ความสั
มพั
นธ์