20
2.2.3 ทฤษฎี
รู
ปแบบทางวั
ฒนธรรม (Configurationism)
ทฤษฎี
รู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรม เป็
นแนวคิ
ดที่
เกี่
ยวกั
บการมองพฤติ
กรรม
ส่
วนรวมของคนในสั
งคมหนึ
่
ง ๆ ว่
ามี
แนวโน้
มไปในทางใด มี
ค่
านิ
ยมอย่
างไร มี
บุ
คลิ
กภาพและ
ลั
กษณะนิ
สั
ย รวม ๆ กั
นอย่
างไร และอะไรเป็
นตั
วกาหนดรู
ปแบบของพฤติ
กรรมนั
้
น ๆ รู
ปแบบ
ทางว ั
ฒนธรรมเป็
นตั
วแบ่
งแยกสั
งคมหนึ
่
งออกจากสั
งคมอื่
น ๆ อย่
างชั
ดเจน (นิ
ยะพรรณ (พลว ั
ฒนะ)
วรรณศิ
ริ
, 2550) และมี
ผู
้
ศึ
กษาวิ
ธี
การรู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรมของสั
งคมได้
แก่
Alfred Kroeber
(1963) Clyde Kluckhohn (1963) และ Ruth Benedict(1932) ทฤษฎี
รู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรมเป็
น
แนวคิ
ดต่
อเนื่
องกั
บแนวคิ
ดทางว ั
ฒนธรรมและบุ
คลิ
กภาพ ซึ
่
ง Benedict ได้
เสนอแนวคิ
ดว่
า
บุ
คลิ
กภาพโดยภาพรวมของคนในสั
งคมก็
คื
อว ั
ฒนธรรมประจาชาติ
และว ั
ฒนธรรมประจาชาติ
ก็
คื
อ
รู
ปแบบรวมของบุ
คลิ
กภาพส่
วนบุ
คคล หรื
อว ั
ฒนธรรมพื
้
นฐาน(Basic Personality) ของสั
งคมนั ่
นเอง
นอกจากนี
้
Franz Boas (อ้
างในนิ
ยะพรรณ (พลว ั
ฒนะ) วรรณศิ
ริ
, 2550) สนใจศึ
กษาว ั
ฒนธรรมโดย
วิ
ธี
การทางประว ั
ติ
ศาสตร์
ต่
อมาเขาได้
ศึ
กษาภาษาศิ
ลปะ และว ั
ฒนธรรมของสั
งคมเอสกิ
โมจึ
งได้
หั
น
มาใช้
วิ
ธี
การประเมิ
นรู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรมของสั
งคมดั
งกล่
าว พบว่
า พฤติ
กรรมทั
้
งทางภาษาและ
การกระทาของบุ
คคลแต่
ละคนเมื่
อรวม ๆ กั
นเข้
าก็
น่
าจะเป็
นรู
ปแบบว ั
ฒนธรรมของสั
งคมทั
้
งหมด
ในว ั
ฒนธรรมหนึ
่
ง ๆ บุ
คคลจะกระทาทุ
กอย่
างในแนวทางเดี
ยวกั
น นี่
คื
อวิ
ธี
การดารงชี
วิ
ตของคนใน
สั
งคมหรื
อว ั
ฒนธรรมส่
วนใหญ่
ของคนในสั
งคมนั ่
นเอง คนที่
อยู ่
ในว ั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
นจะมี
รู
ปแบบ
ว ั
ฒนธรรมส่
วนใหญ่
เหมื
อน ๆ กั
น แต่
จะมี
ส่
วนปลี
กย่
อยในพฤติ
กรรมแตกต่
างกั
นในรายละเอี
ยด
อย่
างไรก็
ตามทฤษฎี
รู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรมย ั
งมี
จุ
ดอ่
อนก็
คื
อ การที่
ใครจะมองรู
ปแบบของ
ว ั
ฒนธรรมใดว่
าเป็
นอย่
างไรขึ
้
นอยู ่
กั
บพื
้
นฐานทางค่
านิ
ยมและประสบการณ์
ของผู
้
นั
้
น เมื่
อคนทุ
กคน
มี
ค่
านิ
ยมและประสบการณ์
แตกต่
างกั
นก็
จะมองรู
ปแบบว ั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
นแตกต่
างกั
นไปได้
อี
ก
ประการหนึ
่
งคนเรามี
ความสนใจไม่
เหมื
อนกั
น บางคนสนใจศิ
ลปะ บางคนสนใจค่
านิ
ยม บางคน
สนใจว ั
ตถุ
บางคนสนใจคุ
ณธรรม ทุ
กคนที่
มองรู
ปแบบว ั
ฒนธรรมของสั
งคมของผู
้
อื่
นด้
วยความ
สนใจของตนเป็
นพื
้
นฐาน ก็
จะทาให้
การมองหรื
อศึ
กษารู
ปแบบว ั
ฒนธรรมนั
้
น ๆ ผิ
ดพลาดได้
2.2.4 ทฤษฎี
วั
ฒนธรรมและบุ
คลิ
กภาพ (Culture and Personality)
ว ั
ฒนธรรมเป็
นพฤติ
กรรมที่
คนสร้
างขึ
้
นมาจากความคิ
ดของตน เพื่
อ
ตอบสนองความต้
องการพื
้
นฐานของตนถ้
าคนส่
วนใหญ่
คิ
ดในสิ ่
งเดี
ยวกั
นหรื
อยอมรั
บพฤติ
กรรม
แบบเดี
ยวกั
นไปประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
พฤติ
กรรมนั
้
นก็
จะกลายเป็
นว ั
ฒนธรรมของสั
งคมไป ใครสั
งกั
ด
สั
งคมใดก็
จะประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ไปตามแบบอย่
างที่
สั
งคมนั
้
นกาหนดไว ้
และเป็
นแบบเดี
ยวกั
นหมด
สั
งคมนั
้
นก็
จะมี
ว ั
ฒนธรรมเป็
นแบบแผนเดี
ยวกั
น ใครเกิ
ดมาในสั
งคมนั
้
นก็
จะได้
รั
บการปลู
กฝั
งสั ่
ง
สอนในว ั
ฒนธรรมนั
้
น ๆ เหมื
อนกั
บว่
าได้
ถู
กชุ
บตั
วในแอ่
งว ั
ฒนธรรมของสั
งคมที่
บุ
คคลผู
้
นั
้
นเกิ
ดมา