19
แปรเปลี่
ยนไปเป็
นอั
นมาก การแพร่
กระจายทางว ั
ฒนธรรม จึ
งมี
ความสาคั
ญต่
อความเจริ
ญก้
าวหน้
า
ของสั
งคม เพราะทาให้
สั
งคมที่
ได้
รั
บว ั
ฒนธรรมใหม่
นั
้
น ไม่
ต้
องลงทุ
นและเสี
ยเวลากั
บการที่
จะต้
อง
เริ ่
มพั
ฒนาจากจุ
ดเริ ่
มต้
น และยิ ่
งถ้
ารู
้
จั
กเลื
อกรั
บเอาหรื
อปรั
บปรุ
งว ั
ฒนธรรมให้
เหมาะสมกั
บสั
งคม
ของตนก็
ย่
อมจะได้
รั
บประโยชน์
มากขึ
้
นอาจกล่
าวได้
ว่
ามี
น้
อยสั
งคมเหลื
อเกิ
นที่
มี
แต่
ว ั
ฒนธรรมเดิ
ม
ของตนส่
วนใหญ่
มั
กจะหยิ
บยื
มว ั
ฒนธรรมจากสั
งคมอื่
น (ณรงค์
เส็
งประชา, 2538)
นอกจากนั
้
น ในการศึ
กษาเรื่
องการแพร่
กระจายว ั
ฒนธรรมและเขตว ั
ฒนธรรมที่
ควรคานึ
ง
ในการศึ
กษาเรื่
องความหลากหลายทางว ั
ฒนธรรม คื
อ (อมรา พงศาพิ
ชญ์
, 2540)
1. สั
งคมว ั
ฒนธรรมชุ
ดใดชุ
ดหนึ
่
ง (Culture complex) มี
ศู
นย์
กลางอยู ่
ที่
จุ
ดใดจุ
ดหนึ
่
งและ
แพร่
กระจายออกไป ขยายอิ
ทธิ
พลใหญ่
ขึ
้
น ๆ จนครอบคลุ
มพื
้
นที่
ในวงกว ้
าง ในลั
กษณะศู
นย์
กลาง
ว ั
ฒนธรรม (Culture core) และเขตว ั
ฒนธรรม (Culture area) ศู
นย์
กลางของว ั
ฒนธรรมมี
หลาย
ศู
นย์
กลางและเมื่
อต่
างฝ่
ายต่
างขยายอิ
ทธิ
พลก็
อาจเกิ
ดการแลกเปลี่
ยนและยอมรั
บซึ
่
งกั
นและกั
นได้
เมื่
อใดที่
มี
อิ
ทธิ
พลของศู
นย์
กลางของว ั
ฒนธรรมอ่
อนแอหรื
อเขตว ั
ฒนธรรมว ั
ฒนธรรมกว้
างขวางมาก
และว ั
ฒนธรรมจากศู
นย์
กลางว ั
ฒนธรรมแพร่
กระจายไปได้
ไม่
เต็
มที่
ความเข้
มข้
นน้
อย จะพบว่
า
ลั
กษณะของว ั
ฒนธรรมชายขอบ (Marginal culture) อาจแตกต่
างจากว ั
ฒนธรรมศู
นย์
กลาง
2. เนื่
องจากสั
งคมว ั
ฒนธรรมมี
ความหลากหลายทางคุ
ณลั
กษณะและรู
ปแบบ ว ั
ฒนธรรม
แต่
ละชุ
ดย่
อมมี
เหตุ
ผลของการเกิ
ดและมี
คุ
ณค่
าสาหรั
บสั
งคมนั
้
น ๆ การเปรี
ยบเที
ยบว ั
ฒนธรรมในเชิ
ง
คุ
ณค่
าหรื
อความเจริ
ญก้
าวหน้
าในลั
กษณะใครดี
กว่
ากั
นหรื
อใครก้
าวหน้
ากว่
ากั
นจึ
งเป็
นการไม่
เหมาะสม ทั
้
งนี
้
เพราะว ั
ฒนธรรมมี
ลั
กษณะของความสั
มพั
ทธ์
(Culture relativism) ว ั
ฒนธรรมแต่
ละ
ชุ
ดมี
ความสอดคล้
องกั
บสภาพแวดล้
อมและสภาพสั
งคมของตน การเกิ
ดว ั
ฒนธรรมและการ
เปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรมมี
ลั
กษณะเฉพาะตั
วเปรี
ยบเที
ยบกั
นได้
ยาก
3. เมื่
อว ั
ฒนธรรมแพร่
กระจายจากศู
นย์
กลาง (Cultural diffusion) และไปมี
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บ
ว ั
ฒนธรรมข้
างเคี
ยงอยู ่
แล้
ว (Cultural interaction) ย่
อมมี
การเรี
ยนรู
้
และรั
บรู
้
ซึ
่
งกั
นและกั
น ใน
ระยะแรกอาจรั
บว ั
ฒนธรรมใหม่
ชั ่
วคราว (Cultural borrowing) และต่
อมารั
บอย่
างถาวร (Cultural
adoption) กระบวนการและปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางว ั
ฒนธรรมมี
หลายลั
กษณะ ในกรณี
ที่
ว ั
ฒนธรรมมี
คุ
ณลั
กษณะใกล้
เคี
ยงกั
นพอยอมรั
บซึ
่
งกั
นและกั
นได้
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
จะอยู ่
ในแบบสั
นติ
วิ
ธี
แต่
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางว ั
ฒนธรรมอาจมี
ลั
กษณะความขั
ดแย ้
ง ถ้
าว ั
ฒนธรรมสองชุ
ดมี
ความแตกต่
างกั
น ไม่
สามารถปรั
บรั
บหรื
อยอมรั
บกั
น และต่
างฝ่
ายไม่
ยอมรั
บให้
อี
กฝ่
ายหนึ
่
งครอบงา ความขั
ดแย ้
งทาง
ว ั
ฒนธรรมนี
้
อาจมี
ผลทาให้
เกิ
ดกรณี
พิ
พาทหรื
อกลายเป็
นสงครามได้