Page 33 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

17
3. ความต้
องการเพื่
อความมั ่
นคงทางจิ
ตใจ เช่
น ความสงบทางใจ ความกลมกลื
นทาง
สั
งคม และการมี
ระบบสั
งคมที่
ตอบสนองได้
เช่
น ความรู
กฎหมาย ศิ
ลปะ ว ั
ฒนธรรมเป็
นต้
ทั
งนี
หน้
าที่
ของว ั
ฒนธรรมเป็
นหลั
กการสาคั
ญในการใช้
วิ
เคราะห์
พฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
ซึ
งจะนาไปสู ่
การศึ
กษาระบบว ั
ฒนธรรมทั
งหมด
Emile Durkheim เสนอทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
นิ
ยม เพื่
ออธิ
บายปรากฏการณ์
ทางสั
งคม
มากไปกว่
าปั
จเจกบุ
คคล เน้
นเสถี
ยรภาพทางสั
งคม ความเป็
นระเบี
ยบและผาสุ
กของสั
งคม มิ
ฉะนั
จะเกิ
ดความไร้
บรรทั
ดฐาน (Anomie) ซึ
ง Radcliffe – Brown เสริ
มว่
า องค์
ประกอบสาคั
ญที่
ช่
วยยึ
สั
งคมไว ้
ด้
วยกั
นนั
น ได้
แก่
ค่
านิ
ยม ความรู
สึ
กและพิ
ธี
กรรมต่
าง ๆ
ในขณะที่
Talcott Parsons (อ้
างในสุ
ภางค์
จั
นทวานิ
ช, 2551) นั
กสั
งคมวิ
ทยาชาวอเมริ
กั
กล่
าวว่
า การเข้
าใจระบบสั
งคมได้
โดยพิ
จารณาจากหน้
าที่
สี่
ประการ ประกอบด้
วยการปรั
บตั
(Adaption) การบรรลุ
เป้
าหมาย (Goal Attainment) การบู
รณาการ (Integration) และการรั
กษาแบบ
แผน (Latency หรื
อ Maintenance)
1. การปรั
บตั
ว (Adaption) คื
อ การที่
สั
งคมจั
ดให้
มี
การปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บทุ
กสถานการณ์
และสิ ่
งแวดล้
อมและความต้
องการของระบบ หากสิ ่
งต่
าง ๆ ที่
มี
อยู ่
ในสั
งคมไม่
ตรงกั
บความต้
องการ
ของระบบก็
ต้
องมี
การปรั
บตั
ว การปรั
บตั
วเป็
นหน้
าที่
พื
นฐานที่
จะทาให้
ระบบสั
งคมที่
ไม่
สอดคล้
อง
กั
บสภาพแวดล้
อมสามารถดาเนิ
นกิ
จกรรมต่
อไปได้
2. การบรรลุ
เป้
าหมาย (Goal Attainment) สั
งคมต้
องมี
การกาหนดเป้
าหมายและระบบ
ต่
าง ๆ ก็
จะต้
องทาหน้
าที่
เพื่
อให้
บรรลุ
เป้
าหมายหลั
3. การบู
รณาการ
(Integration) คื
อ หน้
าที่
ในการทาให้
เกิ
ดความสั
มพั
นธ์
ที่
สอดคล้
องกั
ของระบบต่
าง ๆ ซึ
งจะต้
องดาเนิ
นไปร่
วมกั
น เนื่
องจากระบบสั
งคมประกอบด้
วยระบบย่
อยที่
มี
ความ
แตกต่
างกั
น และมี
กลุ
มกิ
จกรรมเฉพาะตนจาเป็
นจะต้
องมี
การดู
แลให้
เกิ
ดการประสานสอดคล้
อง
ระหว่
างระบบย่
อยต่
าง ๆ จึ
งต้
องบู
รณาการเข้
าหากั
นและกั
4. การรั
กษาแบบแผน
(Latency หรื
อ Maintenance) คื
อ การธารงและฟื
นฟู
แรงจู
งใจ
ของปั
จเจกชนและแบบแผนของสั
งคม ในการที่
จะขั
บเคลื่
อนไปข้
างหน้
าด้
วยกั
นนั
น จาเป็
นจะต้
องมี
แรงจู
งใจร่
วมกั
นถ้
ามี
คนบางกลุ
มเกิ
ดความรู
สึ
กท้
อแท้
หรื
อเห็
นแตกต่
างจนไม่
อาจจะขั
บ เคลื่
อนไป
ข้
างหน้
าร่
วมกั
นได้
ก็
เป็
นหน้
าที่
ของระบบสั
งคมที่
จะต้
องฟื
นฟู
เขาเหล่
านั
นขึ
นมา เพื่
อให้
เข้
ากลั
เข้
ามา และยึ
ดเป้
าหมายหลั
กร่
วมกั
นใหม่
ให้
ได้
นอกจากฟื
นฟู
ปั
จเจกบุ
คคลแล้
ว แบบแผนของสั
งคม
ก็
จะต้
องถู
กธารงไว ้
ด้
วยคื
อธารงไว ้
ในลั
กษณะของสั
งคมที่
ไม่
เปลี่
ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน
หรื
อเป็
นแบบแผนแบบอนุ
รั
กษ์
นิ
ยม