16
ปรากฏการณ์
ทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรม ได้
แก่
ทฤษฎี
โครงสร้
าง -หน้
าที่
นิ
ยม (Structural-
functionalism) ทฤษฎี
การแพร่
กระจายทางว ั
ฒนธรรม (Diffusionism) ทฤษฎี
รู
ปแบบทางว ั
ฒนธรรม
(Configurationism) ทฤษฎี
ว ั
ฒนธรรมและบุ
คลิ
กภาพ (Culture and Personality) การปรั
บปรนทาง
ว ั
ฒนธรรม (Cultural assimilation) และการเปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรม (Cultural Change) โดยสรุ
ป
แต่
ละแนวคิ
ดดั
งต่
อไปนี
้
2.2.1 ทฤษฎี
โครงสร้
าง-หน้
าที่
นิ
ยม (Structural- Functionalism)
แนวคิ
ดแบบโครงสร้
างหน้
าที่
นิ
ยม เป็
นแนวคิ
ดทางสั
งคมและมานุ
ษยวิ
ทยาที่
เน้
น
การทาวิ
จั
ยภาคสนามและเก็
บบั
นทึ
กข้
อมู
ลทางสั
งคมและว ั
ฒนธรรมอย่
างละเอี
ยดถี่
ถ้
วน และไม่
ให้
ความสาคั
ญหรื
อสนใจต่
อประว ั
ติ
ศาสตร์
หรื
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมว ั
ฒนธรรม แต่
สนใจสั
งคม
และว ั
ฒนธรรมในลั
กษณะที่
เป็
นปั
จจุ
บั
น โดยไม่
คานึ
งหรื
อเปรี
ยบเที
ยบกั
บความเป็
นมาในอดี
ต และ
แรดคลิ
ฟฟ์
-บราวน์
(Radcliffe-Brown)
นั
กมานุ
ษยวิ
ทยาหน้
าที่
นิ
ยม ชาวอั
งกฤษ (อ้
างในยศ
สั
นตสมบั
ติ
,2548) ได้
ค้
นหาและอธิ
บายว่
า ระบบต่
าง ๆ ของสั
งคมมี
โครงสร้
างและหน้
าที่
อย่
างไร
แต่
ละระบบมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
นอย่
างไร ความสั
มพั
นธ์
ส่
วนหนึ
่
งของโครงสร้
างสั
งคม (Social
Structure) จะประกอบไปด้
วยสถาบั
น(Institution) ต่
าง ๆ เช่
น ระบบศาสนา จะประกอบด้
วย
พิ
ธี
กรรม ความเชื่
อ องค์
กรทางศาสนา ฯลฯ ซึ
่
งแต่
ละสถาบั
นจะทาหน้
าที่
ร่
วมกั
นอย่
างใกล้
ชิ
ด
เพื่
อให้
ได้
ระบบดาเนิ
นไปอย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ระบบต่
าง ๆ ของสั
งคมจะทางานอย่
างใกล้
ชิ
ดเพื่
อ
รั
กษาความสมดุ
ล(Equilibrium) ของสั
งคมเอาไว้
และระบบศาสนาซึ
่
งมี
หน้
าที่
เสริ
มสร้
างความรู
้
สึ
ก
เป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นของสั
งคม พิ
ธี
กรรมช่
วยเสริ
มสร้
างอารมณ์
ร่
วม (Collective Emotions) และ
ช่
วยควบคุ
มความประพฤติ
ของสมาชิ
กสั
งคมให้
อยู ่
ในกรอบของจารี
ตประเพณี
จากการสั
งเคราะห์
ทฤษฎี
โครงสร้
าง-หน้
าที่
นิ
ยมเป็
นที่
นิ
ยมใช้
กั
นในมิ
ติ
ของสาขาวิ
ชา
สั
งคม วิ
ทยาและมานุ
ษยวิ
ทยา โดยมี
ผู
้
วางรากฐานสาคั
ญคื
อ Emile Durkhenim, Bronislaw
Malinowski และ A.R. Radcliffe – Brown ดั
งนี
้
(อนุ
รั
กษ์
ปั
ญญานุ
ว ั
ฒน์
, 2552)
Malinowski เสนอทฤษฎี
หน้
าที่
นิ
ยมอย่
างเป็
นสากลว่
า ว ั
ฒนธรรมตอบสนองความ
ต้
องการจาเป็
นของปั
จเจกบุ
คคล 3 ด้
าน คื
อ
1. ความจาเป็
นพื
้
นฐานเพื่
อการดารงชี
วิ
ตอยู ่
เช่
น อาหาร ที่
อยู ่
อาศั
ยและเครื่
องใช้
ดารง
ชี
วิ
ตที่
จาเป็
น
2. ความต้
องการด้
านสั
งคมและจิ
ตใจเพื่
อแก้
ปั
ญหาพื
้
นฐานที่
ให้
ร่
างกายได้
รั
บความ
จาเป็
นพื
้
นฐานได้
เช่
น การแบ่
งงานกั
นทา การแจกจ่
ายอาหาร การผลิ
ตสิ
นค้
าและการควบคุ
มทาง
สั
งคมด้
วยกลไกที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ