Page 27 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

11
6. การอยู ่
ร่
วมกั
นเป็
นสั
งคม และการใช้
สั
ญลั
กษณ์
เป็
นสิ ่
งที่
ใช้
แยกแยะลั
กษณะที่
มี
ความ
แตกต่
างออกไปจากกลุ
ม จั
ดเป็
นสิ ่
งสาคั
ญที่
ทาให้
อั
ตลั
กษณ์
ดารงอยู ่
7. กระบวนการการสร้
างแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
มั
กจะสั
มพั
นธ์
กั
บระบบการแบ่
งชน
ชั
นทางสั
งคม เพื่
อแบ่
งว่
านั ่
นพวกเขา นี่
พวกเรา
8. การทาให้
ความเห็
นแตกต่
างนั
น ย ั
งอยู ่
ในสภาวะที่
มี
ความคลุ
มเครื
อไม่
ชั
ดเจน
9. อั
ตลั
กษณ์
ย ั
งเป็
นสิ ่
งที่
ไม่
มี
ความเป็
นเอกภาพ นั ่
นเป็
นเพราะเงื่
อนไขที่
นามาใช้
10. การที่
ย ั
งคงอธิ
บายให้
เห็
นว่
า เพราะเหตุ
ใดที่
ผู
คนในสั
งคมย ั
งยึ
ดติ
ดกั
บอั
ตลั
กษณ์
แห่
งตน
ทาไมคนเราคนเราต้
องค้
นหาตาแหน่
งแห่
งที่
ที่
จะยื
นหย ั
ดต่
อสู
กั
บวาทกรรมอั
นเกิ
ดจากอั
ตลั
กษณ์
รวมถึ
งการอธิ
บายว่
า สั
งคมและสั
ญลั
กษณ์
นาไปสู ่
กระบวนการสร้
างอั
ตลั
กษณ์
ทั
งหมดนี
จึ
งเป็
องค์
ประกอบที่
จะอธิ
บายว่
า เพราะเหตุ
ใดอั
ตลั
กษณ์
จึ
งถู
กสร้
างขึ
นและได้
รั
บการดารงและรั
กษาไว ้
ในแต่
ละสั
งคม
เงื่
อนไขทั
ง 10 ประการ แสดงให้
ทราบถึ
งความจาเป็
นและความสาคั
ญของอั
ตลั
กษณ์
ที่
มี
ต่
อสั
งคมมนุ
ษย์
และส่
งผลให้
แต่
ละสั
งคมต้
องมี
อั
ตลั
กษณ์
ก่
อกาเนิ
ดขึ
นอยู ่
เสมอ เพื่
อการดารงอยู ่
ของ
สั
งคม
นอกจากนั
น อั
ตลั
กษณ์
คื
อพลั
งในการจั
ดความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม เป็
นความพยายามใน
การสร้
างความเชื่
อในมิ
ติ
ของคุ
ณค่
าทั
งคุ
ณค่
าตามความเชื่
อดั
งเดิ
มและคุ
ณค่
าที่
มี
การปรั
บเปลี่
ยนผ่
าน
กระบวนการผลิ
ตความเชื่
อเดิ
มมาใช้
ในสถานการณ์
เพื่
อจะตอบสนองและปรั
บตั
วกั
บสถานการณ์
ใหม่
ที่
กาลั
งเผชิ
ญหน้
าอยู ่
ในการปรั
บตั
วนั
นชุ
มชนให้
ความสาคั
ญกั
บการมองสิ
ทธิ
ชุ
มชนในมิ
ติ
ของ
อานาจมากขึ
น เพราะการที่
รู
ว่
าชุ
มชนมี
สิ
ทธิ
อย่
างไรนั
น ขึ
นอยู ่
กั
บการสร้
างความชอบธรรม ซึ
งเป็
ความพยายามที่
จะบอกให้
คนอื่
นได้
รู
ว่
าชุ
มชนนั
นเป็
นใครที่
นาไปสู ่
การกาหนดความสั
มพั
นธ์
กั
ชุ
มชนอื่
นในสั
งคมได้
ชั
ดเจนมากยิ ่
งขึ
น (อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
, 2544 : 247)
กล่
าวได้
ว่
า อั
ตลั
กษณ์
เป็
นการแสดงตั
วตนของปั
จเจกชน ของกลุ
มคน เป็
นผลผลิ
ตมาจาก
กลุ
มคนภายในชุ
มชนที่
มี
แนวทางการปฏิ
บั
ติ
ที่
สั ่
งสมมาอย่
างต่
อเนื่
อง ถึ
งแม้
จะมี
การปรั
บเปลี่
ยนหรื
เปลี่
ยนแปลงไป เพราะอั
ตลั
กษณ์
มี
ลั
กษณะเป็
นพลว ั
ต แต่
มี
ลั
กษณะเฉพาะของตนเองหรื
อคล้
ายคลึ
กั
น บ่
งบอกถึ
งการเป็
นสมาชิ
กของชุ
มชนนั
น ๆ และมี
การดารงอยู ่
2.1.2 อั
ตลั
กษณ์
ทางวั
ฒนธรรม (Cultural Identity)
อั
ตลั
กษณ์
และหรื
อเอกลั
กษณ์
มี
ความหมายที่
ใกล้
เคี
ยงกั
น เพราะเป็
นการแสดง
ลั
กษณะเด่
นของบุ
คคลและกลุ
มที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะ ในการแสดงอั
ตลั
กษณ์
ของบุ
คลและกลุ
มนั
น ต่
าง
มี
พั
ฒนาการความเป็
นอยู ่
การดารงชี
วิ
ตประจาว ั
น จากการสะสมบ่
มเพาะคุ
ณลั
กษณะของบุ
คคล กลุ
คน และกลุ
มในสั
งคม มี
การถ่
ายทอด สื
บสานจากบรรพบุ
รุ
ษสู ่
คนอี
กรุ
นหนึ
งเป็
นว ั
ฒนธรรม เป็
นสิ ่