227
หรื
อนาค สวมเสื
้
อแขนกระบอกชายโค้
งงอน เสื
้
อปั
กฉลุ
ลวดลายดอกไม้
สี
ต่
าง ๆ สี
เสื
้
อและโจง
กระเบนจะใกล้
เคี
ยงกั
นหรื
ออยู ่
ในเฉดเดี
ยวกั
น ที่
ไหล่
ทั
้
งสองข้
างจะติ
ดโบว์
กลม ๆ มี
ชายห้
อยลงมา
3-5 เส้
น และสวม “แค็
บคอ” (แผ่
นทองคากลมมี
ลวดลายดุ
น) ผู
กร้
อยด้
วยเชื
อกด้
ายสี
แดงเป็
นแผง
แผงละประมาณ 5-6 แผ่
น เรี
ยงตามแผงอกคล้
ายกั
บเครื่
องราชอิ
สริ
ยาภรณ์
ส่
วนที่
แปลกและสวยงาม
เป็
นพิ
เศษของส่
างลองคื
อส่
วนศี
รษะซึ
่
งจะใช้
ผ้
าแพรโพก มี
เกล้
ามวยเสี
ยบแซมด้
วยดอกไม้
เช่
น ดอก
เอื
้
องคา(เอื
้
องผึ
้
ง) หรื
อดอกไม้
อื่
น แต่
ปั
จจุ
บั
นหั
นมาใช้
ดอกไม้
ที่
ทาจากผ้
าหรื
อกระดาษแทน เพราะ
ดู
แลง่
ายทนทานไม่
เหี่
ยวเฉา และเก็
บไว ้
ใช้
ได้
นาน ๆ ส่
างลองบางหมู ่
บ้
านหรื
อบางอาเภอที่
มี
ความ
เชื่
อว่
าขุ
นสาง(พระพรหม)ลงมามอบ “ปานกุ
ม” (ชฎา) และ “ลอแป” (สร้
อยสั
งวาลย์
) ให้
อลอง ตาม
ความเชื่
อในวรรณกรรมไตเรื่
อง “อ่
าหนั ่
นต่
าตองป่
าน” ก็
จะใช้
“ปานกุ
ม” และ “ลอแป” ในว ั
นที่
รั
บ
ส่
างลองและในว ั
นที่
จะนาส่
างลองไปบรรพชา แต่
ในปั
จจุ
บั
นเปลี่
ยนไปแล้
ว เนื่
องจากชาวไทใหญ่
ใน
แม่
ฮ่
องสอนมี
ความเห็
นว่
ามี
แต่
พม่
าเท่
านั
้
นที่
ใช้
ปานกุ
มมะลอแป ส่
วนใหญ่
ก็
จะไม่
ใช้
กั
นแล้
ว อาจจะ
เป็
นเพราะหาช่
างที่
ทาปานกุ
มและลอแปยากมาก รวมทั
้
งเป็
นเรื่
องที่
ยุ
่
งยากในการจั
ดหาอุ
ปกรณ์
เหล่
านี
้
ต่
อไปคงเหลื
ออยู ่
แต่
ในความทรงจาของผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
ที่
เคยพบเห็
นเท่
านั
้
น
ลั
กษณะการแต่
งกาย แต่
งหน้
าส่
างลอง