3
ทะเลาะกั
นอย่
างดุ
เดื
อดของผู
้
คนในชุ
มชนเพิ ่
มขึ
้
นอย่
างน่
าตกใจ และได้
ก่
อให้
เกิ
ดผลแก่
ประเทศใน
สองด้
าน ในด้
านหนึ
่
งเกิ
ดการขยายตั
วทางเศรษฐกิ
จอยู ่
ในอั
ตราสู
ง รายได้
เฉลี่
ยต่
อคนเพิ ่
มสู
งขึ
้
น
สั
ดส่
วนของประชากรยากจนลดลง และฐานะการเงิ
นการคลั
งของประเทศมี
ความมั ่
นคง แต่
ในอี
ก
ด้
านหนึ
่
งนั
้
น เกิ
ดความแตกต่
างของ รายได้
ของคนในประเทศไทยมี
มากยิ ่
งขึ
้
น เกิ
ดความเหลื่
อมล
้
า
ของสั
งคมในหลาย ๆ ด้
าน ทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ ่
งแวดล้
อมเสื่
อมโทรมลง สั
งคมสั
บสนและมี
ความเป็
นว ั
ตถุ
นิ
ยมมากขึ
้
น คุ
ณภาพชี
วิ
ตถดถอย ต้
องพึ
่
งพิ
งเทคโนโลยี
นาเข้
าและสิ
นค้
าประเภททุ
น
จากต่
างประเทศ ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม แตกสลาย ต่
างคนต่
างอยู ่
ค่
านิ
ยมไทยกลายเป็
นแบบตั
วใคร
ตั
วมั
น เยาวชนสมั
ยใหม่
เริ ่
มไม่
สนใจศาสนา ฯลฯ (ภมรรั
ตน์
สุ
ธรรม, 2546)
)
การศึ
กษาว ิ
จ ั
ยเรื
่
องผลกระทบของโครงสร้
างเศรษฐกิ
จแบบใหม่
ที
่
มี
ต่
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตใน
ปั
จจุ
บั
นของประชากรในภาคเหนื
อของมนั
ส สุ
วรรณและคณะ(2539) ได้
กล่
าวถึ
งการเปลี่
ยนแปลง
ทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม ว ั
ฒนธรรม จากการเปลี
่
ยนโครงสร้
างเศรษฐกิ
จกรณี
การท่
องเที
่
ยวในจั
งหว ั
ด
แม่
ฮ่
องสอนได้
ก่
อให้
เกิ
ดผลกระทบทั
้
งทางบวกและทางลบ ทั
้
งนี
้
ผลทางลบที
่
สาคั
ญคื
อ ประชากร
ในว ั
ยแรงงานอพยพเข้
าไปทางานในเมื
องมากขึ
้
น ทิ
้
งให้
เด็
กและคนชราอยู
่
กั
บบ้
านซึ
่
งอาจมี
ส่
วน
เสี
ยในด้
านสว ั
สดิ
ภาพของชี
วิ
ต ความเป็
นปึ
กแผ่
นหรื
อความผู
กพ ั
นในครอบรั
วลดน้
อยลง การเข้
า
ร่
วมกิ
จกรรมของชุ
มชนลดลงด้
วย เริ
่
มมี
การรั
บเอาว ั
ฒนธรรมต่
างถิ
่
น จากภายในและต่
างประเทศ
เข ้
ามามากขึ
้
น มี
ความทั
นสม ั
ยและหลงใหลว ั
ตถุ
พฤติ
กรรมการบริ
โภคมี
ความฟุ
่
มเฟื
อยมากขึ
้
น
ส่
วนผลกระทบด้
านบวก พบว่
า ครอบครั
วมี
รายได้
มากและแน่
นอนขึ
้
นจากการเข้
ามาทางานใน
ภาคบริ
การ แม้
จะไม่
ใช่
อาชี
พที่
มี
หน้
ามี
ตามากนั
กก็
ตาม ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
มี
ความสะดวกสบายมาก
ขึ
้
น เห็
นได้
ชั
ดเจนจากการพั
ฒนาสาธารณู
ปโภค เช่
น ถนน ไฟฟ้
า และการสื่
อสาร เป็
นต้
น
นอกจากนั
้
น การศึ
กษาที
่
เกี
่
ยวข ้
องก ั
บอ ั
ตล ั
กษณ์
ทางว ั
ฒนธรรมไทใหญ่
นั
้
น ดนั
ย สิ
ทธิ
เจริ
ญ (2536) ได ้
ศึ
กษาสาระการศึ
กษาในกระบวนการส่
างลองของชาวไทใหญ่
ในจ ั
งหว ั
ด
แม่
ฮ่
องสอน ที
่
เป็
นเนื
้
อหาทางการศึ
กษาได้
สู
ญเสี
ยไป คงเหลื
อแต่
ทางด้
านประเพณี
และพิ
ธี
กรรม
ในขณะที
่
สุ
ทั
ศน์
กั
นทะมา (2542) ศึ
กษาเรื
่
อง การคงอยู
่
ของว ั
ฒนธรรมพื ้
นบ้
านของชาวไทใหญ่
พบว่
า เงื
่
อนไขปั
จจ ั
ยที
่
ทาให้
ว ั
ฒนธรรมคงอยู
่
คื
อ การเห็
นคุ
ณค่
าและความสาค ั
ญของความเชื
่
อ
พิ
ธี
กรรม ศาสนา มี
การถ่
ายทอดเชื
่
อมโยง และมี
กลไกของครอบครั
วทาหน้
าที
่
ถ่
ายทอดภาษาพู
ด
แบบแผน ความประพฤติ
แก่
ลู
ก ผู
้
อาวุ
โสและภู
มิ
ปั
ญญาต่
าง ๆ ให้
คาปรึ
กษาในการจ ั
ดพิ
ธี
กรรม
พระทาหน้
าที
่
ถ่
ายทอดศี
ลธรรมและการศึ
กษา ผู
้
นาในชุ
มชนเป็
นผู
้
จ ั
ดและสนั
บสนุ
นประเพณี
ว ั
ฒนธรรมของชุ
มชน เครื
อญาติ
สนั
บสนุ
นช่
วยเหลื
อในการทาพิ
ธี
กรรมต่
าง ๆ ว ั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน
ของชาวไทใหญ่
ที
่
คงอยู
่
นั
้
นไม่
ได้
อยู
่
เหมื
อนเช่
นในอดี
ต มี
การเปลี
่
ยนแปลงทั
้
งในด้
านคุ
ณค่
าของ
ว ั
ฒนธรรมและรู
ปแบบ