170
ว ั
ฒนธรรมที่
ไม่
ใช่
ส่
วนสั
มพั
นธ์
กั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตทาให้
ว ั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
นหมดพลั
งที่
จะเปลี่
ยนแปลงอย่
าง
สร้
างสรรค์
ต่
อไป
ในลั
กษณะดั
งกล่
าวจึ
งทาให้
ชุ
มชนไทใหญ่
เกิ
ดการปรั
บตั
ว (Adaption)
ให้
เข้
ากั
บ
สถานการณ์
และสิ ่
งแวดล้
อมและความต้
องการของคนในชุ
มชนไทใหญ่
การปรั
บตั
วของชุ
มชน
ไทใหญ่
จึ
งเป็
นการปรั
บตั
วเพื่
อให้
สอดคล้
องกั
บสภาพแวดล้
อมสามารถให้
กิ
จกรรมหรื
อสิ ่
งปฏิ
บั
ติ
นั
้
น ๆ คงอยู ่
ได้
ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บ Talcott Parsons (อ้
างในสุ
ภางค์
จั
นทวานิ
ช, 2551) กล่
าวว่
า การที่
สั
งคมจั
ดให้
มี
การปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บทุ
กสถานการณ์
และสิ ่
งแวดล้
อมและความต้
องการของระบบ หาก
สิ ่
งต่
าง ๆ ที่
มี
อยู ่
ในสั
งคมไม่
ตรงกั
บความต้
องการของระบบก็
ต้
องมี
การปรั
บตั
ว การปรั
บตั
วเป็
น
หน้
าที่
พื
้
นฐานที่
จะทาให้
ระบบสั
งคมที่
ไม่
สอดคล้
องกั
บสภาพแวดล้
อมสามารถดาเนิ
นกิ
จกรรม
ต่
อไปได้
และการปรั
บเปลี่
ยนอั
ตลั
กษณ์
ทางว ั
ฒนธรรมของชุ
มชนไทใหญ่
นั
้
น เนื่
องจากสั
งคมไทย
ภาพรวมในปั
จจุ
บั
นเป็
นสั
งคมเปิ
ดหรื
อเป็
นสั
งคมแห่
งการบริ
โภคนิ
ยม การรั
บเอาว ั
ฒนธรรมภายนอก
ชุ
มชนไม่
ใช่
เรื่
องยากที่
จะรั
บเอาการแพร่
กระจายจากสิ ่
งเหล่
านั
้
น ถึ
งแม้
ในลั
กษณะภู
มิ
ประเทศของ
ชุ
มชนไทใหญ่
แทบทุ
กแห่
งจะแวดล้
อมด้
วยขุ
นเขาสลั
บซั
บซ้
อน แต่
ความรวดเร็
วของการสื่
อสาร
ความเจริ
ญด้
านเทคโนโลยี
ทาให้
การกระจายทางว ั
ฒนธรรม(Cultural Diffusion) จากภายนอกเข้
าสู ่
ชุ
มชนไทใหญ่
การรั
บรู
้
ว ั
ฒนธรรมอื่
นจึ
งเป็
นไปได้
ง่
ายและรวดเร็
ว อย่
างเช่
นกรณี
ชุ
มชนไทใหญ่
บ้
าน
หมอกจาแป่
จ้
างศิ
ลปิ
นนั
กร้
องลู
กทุ
่
งไวพจน์
เพชรสุ
พรรณ หรื
อชุ
มชนไทใหญ่
บ้
านปางหมู
จ้
างศิ
ลปิ
น
แห่
งชาติ
ชิ
นกร ไกรลาศ มาทาพิ
ธี
เรี
ยกขว ั
ญสามเณรในงานปอยส่
างลอง เป็
นการรั
บแบบแผน
กิ
จกรรมทางว ั
ฒนธรรมจากต่
างถิ ่
นเข้
าสู ่
ในชุ
มชนไทใหญ่
ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บนิ
ติ
ยพรรณ(พลว ั
ฒนะ)
วรรณศิ
ริ
(2550 : 64) กล่
าวว่
า การรั
บเอาว ั
ฒนธรรมใหม่
(Acculturation) จากต่
างถิ ่
นที่
มี
ทั
ศนคติ
ความเชื่
อ การกระทาใหม่
ๆ ที่
ต่
างไปจากบุ
คคลได้
เคยประสบพบมา มาใช้
แทนระบบเดิ
มที่
เคยยึ
ดถื
อ
อยู ่
หรื
ออาจรั
บมาใช้
ในฐานะที่
เป็
นสิ ่
งใหม่
ที่
ไม่
เคยมี
ใช้
อยู ่
ในสั
งคมของตนนามาผนวกเข้
าในฐานะ
สิ ่
งแปลกใหม่
มาใช้
แทนที่
สิ ่
งของหรื
อระบบเก่
าที่
เคยใช้
อยู ่
การรั
บเอาว ั
ฒนธรรมใหม่
นั
้
นเป็
นส่
วน
หนึ
่
งของการเปลี่
ยนแปลงทางว ั
ฒนธรรม
ส่
วนการธารงรั
กษาเพื่
อการคงอยู ่
ของอั
ตลั
กษณ์
ทางว ั
ฒนธรรมไทใหญ่
ในด้
านความเชื่
อ
ความศรั
ทธาต่
อศาสนารวมถึ
งความเชื่
อเรื่
องผี
ชาวไทใหญ่
ย ั
งคงมี
การสื
บทอดการนั
บถื
อมาอย่
าง
ต่
อเนื่
อง โดยเฉพาะผู
้
อาวุ
โสในชุ
มชน แต่
จะมี
ในลั
กษณะการผสมผสานระหว่
างการนั
บถื
อพุ
ทธ
ศาสนาและการนั
บถื
อผี
ด้
านภาษาไทใหญ่
ย ั
งคงมี
การใช้
ภาษาพู
ดไทใหญ่
ระหว่
างชาวบ้
านในชุ
มชน
ไทใหญ่
ต่
าง ๆ แต่
ไม่
นิ
ยมใช้
ในการเขี
ยนหรื
อการอ่
านภาษาไทใหญ่
ซึ
่
งหาได้
ยากมากในปั
จจุ
บั
น
รวมถึ
งนิ
ยมการแต่
งกายแบบไทใหญ่
ในช่
วงเวลาที่
มี
กิ
จกรรมทางว ั
ฒนธรรมหรื
อในงานมงคลสาคั
ญ
ที่
หน่
วยงานในชุ
มชนจั
ดขึ
้
นและนิ
ยมสวมใส่
ในกลุ
่
มผู
้
อาวุ
โสในชุ
มชน เด็
กและเยาวชนไทใหญ่
รุ
่
น